# Mind Your Business LIVE with Thai Book Cover Designers Union

## Метаданные

- **Канал:** Mind Your Business
- **YouTube:** https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk
- **Дата:** 13.11.2024
- **Длительность:** 1:50:38
- **Просмотры:** 168

## Описание

LIVE🔴 ค่าจ้างออกแบบปกหนังสืออยู่ที่เท่าไหร่?  ค่าออกแบบปกหนังสือควรมีกำหนดราคาขั้นต่ำหรือไม่?  นักออกแบบปกหนังสือควรได้รับเงินเพิ่มจากการพิมพ์ครั้งที่ 2 หรือได้เงินเพิ่มจากการที่งานปกถูกนำไปผลิตเป็นสินค้าอื่นๆเพื่อโปรโมทหนังสือหรือไม่? 🧐 
.
ชวนมาฟังผลสำรวจเรื่องการตั้งราคาและรูปแบบในการทำธุรกิจออกแบบปกหนังสือ จากตัวแทนสหภาพนักออกแบบปก จั๊ก-น้ำใส ศุภวงศ์ (Punch Up และ WeVis) เป็ด-ภาคภูมิ ลมูลพันธ์ (Routine Studio) และ โย-กิตติพล สรัคคานนท์ (Books & Belongings)  สามนักออกแบบผู้คร่ำหวอดในวงการออกแบบปกหนังสือ  ที่จะมาพูดคุยถึงสถานการณ์ของการประกอบอาชีพออกแบบปกหนังสือในบ้านเรา ทั้งเรื่องค่าออกแบบ ไปจนถึงข้อสัญญาและการดูแลธุรกิจตนเองในฐานะนักออกแบบปกหนังสือ  และร่วมแชร์ปัญหาในการทำงาน เพื่อเป็นแนวทางให้กับนักออกแบบปกทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ได้เห็นภาพรวมของวงการ และดูแลตัวเองได้รัดกุมมากขึ้น 

========================
Mind Your Business รายการสัมภาษณ์คนทำงานในธุรกิจสร้างสรรค์ ที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวการทำธุรกิจ ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพื่อเป็นแนวทาง สร้างแรงบันดาลใจ เผยแพร่ประสบการณ์ทั้งกับคนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจในธุรกิจสร้างสรรค์
.
Created by Pink Blue Black & Orange | www.pinkblueblack.com
In Association with Thai Graphic Designers Association (ThaiGa) | www.thaiga.or.th
Mind Your Business | https://linktr.ee/Mind.your.business
Pink Blue Black & Orange | Design Consultancy

## Содержание

### [0:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk) Segment 1 (00:00 - 05:00)

[เพลง] A เ [เพลง]

### [5:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=300s) Segment 2 (05:00 - 10:00)

ขอต้อนรับสู่รายการ My Business นะครับ วันนี้ผมอยู่กับคุณจั๊กนะครับน้ำใส ศุภวงศ์สวัสดีครับแล้วก็คุณเป็ดนะครับภาค ภูมิละมุนพันธ์นะครับแล้วก็คุณโยนะครับ กิตติพลสรคครับสวัสดีครับสวัดีครับสวัสดี ครับอ่าอ่าใครที่กำลังดูอยู่นะครับสัญญาณ ภาพสัญญาณเสียงเป็นยังไงได้ยินชัดเจนไวรบ กวนช่วยพิมพ์มาบอกกันด้วยนะครับแล้วก็ใคร ยังไม่ได้ไลก์เพจเรานะครับหรือยังไม่ได้ แชร์วันนี้นะครับผมขอรบกวนด้วยนะครับมา ช่วยกันถามมาช่วยกันทำความเข้าใจแบบสอบ ถามที่ทางสหภาพนักออกแบบเขาไปสำรวจความ คิดเห็นกันมาครับอ่ะเดี๋ยวเราขอแนะนำคุณ เป็ดก่อนแล้วกันนะครับเพราะว่านี่คือแขก รับเชิญของเราเป็นผู้ก่อตั้งตั้งสหภาพนัก ออกแบบปกหนังสือไหนมีที่มาที่ไปยังไงครับ คุณเป็ดช่วยเล่าให้ฟังนิดซะ ครับสวัสดีครับคือสหภาพนี่มันเหมือนยิ่ง คุยยิ่งตอนแรกไม่ได้ใให้เป็นเป็นอย่างนี้ เนาะเหมือว่าวันวันนั้นที่ผมคุยกับพี่ สยามคือก็คุยกันเรื่องแบบเอ๊สภาพต่างๆของ นักออกแบบเป็นยังไงบ้านเราโนนนี่นั่น เงี้ยเสร็จแล้วก็เลย เอ่อคิดถึงว่าการออกแบบปกหนังสือเนี่ยมัน ผมไม่ได้ทำแค่ปกหนังสือผมทำอย่างอื่นด้วย แต่ว่าค่าออกแบบปกหนังสืออ่ะมันเป็นส่วน นึงอเสร็จแล้วก็เลยคิดว่าเอ๊ะไอ้ค่าออก แบบของตัวเองเนี่ยตอนนี้มันก็น่าจะอัพ ราคาขึ้นได้แล้วนะเพราะก็ทำมานานแล้วแล้ว ก็ เอ่อเค้าเรียกว่าอะไรค่าหนังสือวันนั้น น่ะผมเกิดขึ้นจากผมไปซื้อหนังสือแล้วสแพง จังแฮเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างเริ่มเป็นต้น ทุนของตัวเองที่เยอะขึ้นเรื่อยๆแต่ว่าค่า ออกแบบปกหนังสือของตัวเองอ่ะมันยังแบบว่า เอ๊ะยังเป็นเรทเมื่อ 10 ปีที่แล้วอยู่เลย ก็เลยแบบว่าเออจริงๆถ้าจะถ้าจะให้ตัวเอง ไปคุยกับสำนักพิมพ์อ่ะก็คงได้แหละแต่ว่า ก็อยากรู้ว่าเอ๊ะคนอื่นเค้าได้ประมาณนี้ กันหรือเปล่านะหรือว่า เอ่อคนอื่นเ้าเป็นยังไงผมก็เลยตั้งสเตตัส บอกว่าเอ๊ะพวกเราคือก็รู้จักกันครับพวกคน ที่ออกแบบปกหนังสือมันก็เป็นเพื่อนๆกัน อยู่ก็เลยแบบว่าเอ้ยเรามาคุยกันมั้ยอะไร อย่าเงี้ยก็เลยตั้งเป็นกรุ๊ปแล้วก็เรียก คนที่รู้จักมาเข้ามาคุยว่าตอนนี้เป็นยัง ไงกันบ้างค่าออกแบบประหลาดคนไหนดีคนไหน ไม่ดีหรือว่า เอ่อเรียกว่าอะไรมีสภาพที่เป็นยังไงกัน บ้างมาอัปเดตกันเงี้ยก็เหลือมาคุยๆๆกัน แล้วก็มันก็เริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆคือจากวันนั้นน่ะก็เลยรรู้สึกว่า แค่ค่าออกแบบมันเป็นแค่ปัญหานิดเดียวเอง อ่ะมันมีปัญหาอื่นๆของคนอื่นอีกเต็มไปหมด อย่างเงี้ยเริ่มรู้ว่า แบบมีคนที่แยกกับเรามีคนที่มีการแก้ปัญหา ต่างๆเงี้ยรู้สึกว่าเออมันมีมัน มีมันมีความน่าสนใจแล้วก็มีเป็นสังคมที่ ดีก็เลยเอองั้นเรารวมกลุ่มกันเป็นสหภาพ คือมันต้องตั้งชื่ออ่ะเนาะก็เลยตั้งชื่อ เป็นสหภาพนักออกแบบของไว้ก่อนเงี้ยสุด ท้ายมันก็ยาวเลยครับผมแล้วก็อ่ะเนี่ยคือ ว่ามันเกิดขึ้นมาได้ยังไงครับแล้วที่ผ่าน มาเราก็มีคุยกันผ่าน Zoom กี่ครั้งแล้วนะ ครับใช่ำได้จำได้มัก 2-3 ครั้งนะอออ 3 ครั้ง 3-4 ครั้งอะไครับอ่าอ่าๆตอนแรกว่า จะคุยแบบแป๊บเดียวยาวเลยคือคุยิแบบทั้ง คืนตลอดเลยเพราะแต่ละคนก็แบบมีเรื่องจะ แชร์ครับเออๆเรารู้สึกว่ามันก็เป็นอย่าง ที่เป็ดบอกนะมันก็เป็น community ที่แบบ น่ารักดีเพราะว่าเราก็เป็นเพื่อนๆกันหมด แล้วก็เผชิญปัญหาหรือว่าแนะนำให้ข้อเสนอ แนะให้คำปรึกษากันอะไรเงี้ยนะครับน้ำใส ตอนนี้อยู่อังกฤษเนาะขอบคุณมากๆไหนเล่า ให้ฟังหน่อยครับไปทำอะไรที่อังกฤษครับออ มาเรียนมาเรียนต่อโทค่ะแต่ว่าไม่ได้ไม่ ได้เรียนดีไซน์คือคนอื่นอาจจะเข้าใจเพรา มาเรียนดีไซน์แต่ว่าอันนี้มาเรียนมาเรียน เอ่อ Data analytic ก็คือไม่ได้ไม่ได้ เปิด AI ไม่ได้เปิดไม่ได้จับดีไซน์มา 2 เดือนแล้วค่ะก็ก็คือมามาเรียนแบบพวก วิเคราะห์ข้อมูลอะไรอย่างี้ค่ะ อืมันมีมันเล่าให้ฟังนะครับมันเป็นยังไง เนี่ยมันอยู่ไกลจากเราเหลือเกินเนี่ยครับ คือคือจริงๆเหมือนก่อนหน้าเนี้ยทำงานอยู่ ที่บริษัท P up วใช่ป่ะคะก็เป็นคนออกแบบ ข้อมูลหมายถึงว่ามีคนวิเคราะห์ข้อมูลมา ให้แล้วก็เอามา ual ต่อเงี้ยแต่พอทำๆไปก็ รู้สึกว่าไอ้พาร์ทก่อนหน้าเรามันดูน่าสน ใจคือหมายถึงว่าอยากจะทำส่วนนั้นได้เอง ด้วยก็เลยก็เลยก็เลยมาเรียนสิ่งนี้ค่ะถ้า อันนี้แบบสั้นๆก็คือเป็นแบบนั้นคือเหมือน ทำทำส่วน Visual มาก็อยากจะไปทำส่วนข้าง หน้าบ้างอะไรเงี้ยอืๆเอที่เรียนมันก็คือ ที่เรียนเนี่ยมันก็จะมีวิชาพวกแบบวิชา

### [10:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=600s) Segment 3 (10:00 - 15:00)

ที่เรียนเนี่ยมันก็จะมีวิชาพวกแบบวิชา เชิงเทคนิคเลยแบบสอนใช้โปรแกรมวิเคราะห์ อะไรอย่างงี้ใช่มั้ยคะแต่ว่ามันก็จะมี ส่วนที่เป็นวิชาแบบทฤษฎีด้วยเพราะว่าอัน นี้มันเป็นแบบเหมือนชื่อเต็มๆมันคือ politic Communication and Data analytic ก็คือมันเป็นการวิเคราะห์ข้อ มูลในที่มันอยู่ในแวดวงแบบการเมืองการ สื่อสารอะไรอย่าเงี้ยค่ะเพราะฉะนั้นมันก็ เลยจะมีพวกวิชาแนวแบบวิชาแนวทฤษฎีด้วย เพื่อให้แบบไม่งั้นถ้าเกิดมีเทคนิคอ่ะมัน ไม่รู้ว่ามันจะมันจะตั้งคำถามอะไรมันก็ เลยต้องไปเรียนวิธีคิดเพื่อตั้งคำคำถาม เราไปหาข้อมูลมาวิเคราะห์อะไรเงี้ยค่ะที่ เมืองอะไรมหาวิทยาลัยอะไรครับเอ่อที่ที่ เมืองที่มหาลัยเอเกแล้วก็เมืองโคเชสเตอร์ ก็จะบ้านนอกบ้านนอกหน่อยนี่คือปริญาโท เนาะปริญญาโทค่ะอืๆอ้าเมาถามคุณโยบ้าง เป็นไงบ้างครับคุณโยช่วงนี้ทำอะไรบ้างนอก จากออกแบบปกหนังสือแล้วเป็นเจ้าของร้าน หนังสือ book and belonging นะครับครับ ก็ตอนนี้ก็ทำร้านด้วยแล้วก็ทำหนังสือด้วย ก็เหมือนเดิมครับแบบงานงานยุ่งเป็ดรู้งาน แบบถล่มแต่ว่ายินดีครับที่วันนี้ได้มาคุย กับทุกคนปกติเราซูมคุยกันอยู่แล้วแต่วัน นี้ได้ได้ได้ได้แชร์ประเด็นไปสู่คนอื่นๆ ด้วยผ่านรายการของนี่แหละครับพี่สยาม ขอบคุณมากครับที่ชวนมาอขอบคุณนะครับที่ ให้เกียรติแล้วก็สละเวลามานี่ก็ยังเขียน หนังสือด้วยเนาะใช่มยฮะอยู่เขียนครับมีก็ มีเดี๋ยวคงมีทำต้นฉบับของตัวเองด้วยในใน ระหว่างนี้อ่านี่ขายของหน่อยครับโฆษณา ร้านเลยนะครับอเห็นมั้ยมันก็ต้องดูดีมี ดีไซน์ซะหน่อยครับแล้วก็หนังสือนี่ก็จะมี Selection ที่อาจจะน่าสนใจแตกต่างจาก ร้านหนังสือโดยทั่วๆไปเนาะใช่มั้ยครับ ครับก็เป็นร้านเล็กๆครับเราก็เลยเป็นเรา ก็เลยต้องคิทเข้ามาก็ออาจจะลบกว่านี้แล้ว ครับณปัจจุบันอันนี้มันร้านมันยังเรียบ ร้อยอยู่ของจริงหนังสือเยอะมากครับก็แวะ เข้ามาได้ครับ ก็ก็หลังจากที่เราคุยกันเนาะแล้วมันก็ เกิดไอเดียว่าเราก็ทางน้ำใสก็เลยทำแบบสอบ ถามใช่มั้ยฮะออกมาเพื่อสำรวจอสภาพปัญหา ชีวิตความเป็นอยู่รายได้หรืออะไรต่างๆนะ ครับให้กับเพื่อนๆนักออกแบบมาตอบเนาะใน โดยเฉพาะคนที่ทำงานในแวดวงเดียวกันก็คือ ออกแบบโกหนังสือเนาะแล้ววันนี้เนี่ยที่มา ชวนคุยก็คืออยากจะเอาข้อมูลจากกลุ่มเป้า หมายที่มาตอบเนี่ยที่อาจจะยังค่อนข้างมี ขนาดย่อมอยู่เนาะมาเล่าให้ฟังแล้วก็เลย คาดว่าหลังจากวันนี้เนี่ยที่เอาข้อสังเกต เอาอะไรใดๆที่พบจากการตอบแบบสอบถามรอบ นั้นเนี่ยเราก็อาจจะเชิญชวนให้คนมาร่วม ตอบแบบสอบถามในวงที่กว้างขึ้นแต่ก็อาจจะ ขอสงวนไว้สำหรับคนที่อาจจะเป็นมืออาชีพ หน่อยนะครับที่ทำงานในปกหนังสือจริงๆเนาะ เพราะว่าถ้าเป็นคนอื่นๆน่ะตอบอาจจะอาจจะ ไม่ได้ข้อมูลที่เที่ยงตรงแม่นยำนักนะครับ แล้วก็หวังว่าไอ้ข้อมูลที่ได้จากกลุ่ม เป้าหมายหรือขนาดที่มันใหญ่ขึ้นเนี่ย กลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นเนี่ยน่าจะเอามา ใช้ประโยชน์หรือทำอะไรหรือเกิดการพูดคุย กันต่อไปนะครับเนาะเดี๋ยวฝากอันนี้ผมขอผม ขอเชิ่นเรื่องเรื่องว่าทำไมถึงเป็นแบบสอบ ถามก่อนนะหรือว่านั่งสอ่าได้เลยได้เลยดีๆ ๆเนาะเพราะว่าพอพี่พูดขึ้นมาก็แบบเอ๊ะคน อื่นเขาจะนึกถึงว่าทำไมต้องเป็นแบบสอบถาม หรือเปล่านะคือตอนที่เราคุยกันรอบแรกอ่ะ เราก็คุยกันว่าเอ๊ะเราจะทำยังไงกับ สถานการณ์นี้ดีอย่างงี้บางคนก็แบบว่าเอ๊ะ หรือเราต้องมีค่าอะไรนะค่ากลางไปรเราจะ ประกาศตัวหรือเราจะมีโน่นนี่นั่นอะไรกัน มยเงี้แล้วมันก็มีไอเดียว่าเอ๊ะทำแบบสอบ ถามมยเพราะว่าสิ่งที่เราคุยกันอยู่เนี่ย แค่คุยกันว่า รวมๆมันเป็นยังไงรู้ข้อมูลเนี่ยมันก็รู้ สึกว่าชีวิตดีขึ้นแล้วอหมายถึงว่าเราก็จะ รู้ว่าจะต้องทำไงกับชีวิตตัวเองต่อไปอย่า เงี้ยก็คือว่าถ้าแบบสอบถามเกิดขึ้นเนี่ย คนก็มาติ๊กหรือว่าข้อมูลที่มันจะไปอยู่ใน แบบสอบถามเนี่ยมันก็จะทำให้คนนอกจากจะส่ง ข้อมูลออกไปแล้วจะรู้ข้อมูลคนอื่นด้วย อะไรเงี้ยมันก็ดูเป็นอะไรที่กลางๆดีแล้ว ก็ไม่ได้ไปแทคใครอืเพราะว่าเราก็อยากจะ อยู่กับสำนักพิมพ์แล้วเราก็เป็นเพื่อนกัน หมดแหละจริงๆแล้วอะไรงี้ก็เลยเกิดขึ้นมา เป็นแบบสอบถามอขอขอโน้ตเพิ่มนิดนึงด้วย ค่ะคือคือจริงๆอ่ะเล็บเลฟในใจอ่ะตอนแบบ สอบถามเ่ะจริงๆนึกถึงตอนสมัยแบบหลายปีที่ แล้วที่พี่เบิ้มลองดีไซน์อ่ะเคยเหมือน ตั้งสเตตัสเพื่อแชร์แบบแชร์ว่าตอนเเรทหน เรทราคาตอกแบบตอ่ะมันควรจะเท่าไหร่มัน อยู่ประมาณเท่าไหร่อย่างเงี้ยแล้วจำได้ ว่าโพสนั้นน่ะคนแชร์เยอะมากแล้วจริงๆอ่ะ คือดัอ่ะก็ใช้โพสนั้นด้วยเวลาที่คนมาถาม

### [15:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=900s) Segment 4 (15:00 - 20:00)

คือดัอ่ะก็ใช้โพสนั้นด้วยเวลาที่คนมาถาม สมมุติว่ามีคนมีรุ่นน้องมาถามว่าคิดเท่า ไหร่ดีอ่ะบางทีมันไม่กล้าแนะนำเพราะไม่ รู้ว่าเราอ่ะเราคิดมีได้มาตรฐานมเดี๋ยว เดี๋ยวจะกลายเป็นการส่งต่ออะไรที่มันผิดๆ เงี้ยแต่พอมันมีคนตั้งคนตั้งตั้งไว้แล้ว เหมือนพี่เบิ้มก็คือคนก็รู้อยู่แล้วทำทำ มานานอะไรอย่าเงี้ยมันดูเป็นซอร์สที่น่า เชื่อถือก็เลยใช้อันนั้นน่ะใช้อันนั้นน่ะ ส่งสส่งบ่อยมากแล้วก็แคปไปให้คนอื่นดู อะไรเงี้ยแต่แต่ทีเนี้ยอันนั้นมันก็นานมา แล้วใช่ป่ะคะแล้วมันก็เป็นเหมือนมาจาก แหล่งแค่แหล่งเดียวอ่ะคือคือถ้าเกิด สมมุติว่ามันมีการอัพเดตแล้วมันก็มีการ ซาวดเสียงหลายๆหลายๆเสียงอะไรอย่างเงี้ย มันก็อาจจะทำให้สิ่งเนี้ยดูน่าเชื่อถือ ขึ้นก็เลยก็เลยรู้สึกว่าจริงๆแล้วสิ่ง เนี้ยในใจอ่ะคิดว่าเป็นส่วนต่อขยายของ สิ่งนั้นแต่ทำให้มันดูแบบเหมือน inclusive ขึ้นแล้วกันคือมันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คือพี่เบิ้มก็ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานนึง เพราะทำมานานแต่ว่ามันก็อาจจะมีคนอื่นๆ นอกวงที่แบบเราเอื้อมไปไม่ถึงอะไรเงี้ย ด้วยกับกับโน้ตอีกนิดนึงคือจริงๆคิดว่าพอ พอเมื่อกี้พี่แสบอกว่าแบบอยากได้มืออาชีพ ใช่ป่าคะคนคนทำปอกมืออาชีพเดี๋ยวๆคนฟัง แล้วจะแบบว่าเหมือนต้องตั้งถามว่าเรามือ อาชีพหรือยังนะสมมุติถ้าเราทำงานไได้มย อะไรอย่างงี้แต่ก็เลยคิดว่าจริงๆแล้วใน ความหมายก็คือใครที่เคยทำงานออกแบบปกแบบๆ ๆไม่ได้เงินคือคือมีคนมาจ้างออกแบบปก อันเนี้ยก็คือเรียกว่าเข้าก็คือตอบได้ แล้วคือใครที่ออกแบบและได้เงินค่าออกแบบ นั้นมาสามารถตอบได้หมดอะไรประมาณเค่ะครับ เออใช่เราแค่กังวลว่าเดี๋ยวคนมาตอบเล่น ที่แบบอาจจะไม่ได้เผชิญปัญหาโดยตรงหรือ อะไรต่างๆแล้วมันจะทำให้ข้อมูลที่ได้อ่ะ มันอาจจะสวิงแบบเวอร์ต่ำเกินหรสูงเกิน อะไรอย่างเงี้ยเท่านั้นเองครับโอเคอ้าวโ มีอะไรจะเสริมนอกก่อนจะเข้าไปดูคำตอบเฉลย คำตอบมไม่มีไม่มีน้ำใายตั้งท่าละอ่ะอ่าๆ สอยสอย Alert อ่าเดี๋ยวรบกวนพี่คุณโอม ช่วยแชร์หน่อยนะครับนี่ค Visual Design โดยคุณเป็ดนะครับรูีต้องรีบ ครับเป็นเฟรนลี่มากเพราะปกติใช้คำว่า สหภาพจะดูแบบน่ากลัวีแต่พอ Visual น่ารัก ก็ดูแบบดูเฟลี่แล้วเราคิดว่าไอ้กิจกรรม อันเนี้ยเราพยายามจะไปต่อขยายนะฮะช่วงคิด ว่าบางกอกดีไซน Week เนี่ยน่าจะมีอะไรที่ มันรทจากไอ้เวยเนี้ยหรือทอิเนี้ยเราน่าจะ ไปคุยกันต่อหรือมีอะไรมาต่อเนื่องกันไปนะ ครับครับก็เลยอยากเชิญชวนนะครับทุกท่าน ที่ทำงานเนาะช่วยไลก์ช่วยแชร์ช่วยไปมีเพจ แล้วเนาะสหภาพนักออกแบบปกใช่มั้ยครับอ่า เดี๋ยวอาจจะเข้าไปเผื่อจะสื่อสารเป็นตัว กลางตรงนั้นนะครับอืออ่าสไลด์ถัดไปเลย ครับก็จริงๆส่วนเนี้ยเหมือนเอ่อมีไว้ เพื่อเพื่อสคมเฉยๆอะไคือกลัวคนจะเข้าใจ ว่าพอเป็นแบบสำรวจอ่ะแล้วมันจะดูน่าเชื่อ หมายถึงว่ามันจะดูแบบแบบน่าเชื่อถือมากๆ เอาไปใช้อ้างอิงได้เลยแต่อันเนี้ยคือจริง ๆอยากจะให้ให้เห็นไว้ว่ามันมีข้อจำกัด อยู่บ้างเช่นจำนวนเนี่ยคนตอบก็ก็ 55 คน ไม่รู้เหมือนกันว่าในทางในทางหลักการแล้ว มันเพียงพอมแล้วยิ่งกับไม่รู้เหมือนกัน ด้วยว่าคนในวงการออกแบบปกจริงๆแล้วอ่ะที่ ที่ได้เงินจากการทำปกอ่ะมีจำนวนเท่าไหร่ อะไรเงี้ยค่ะก็เลยแบบเหมือนอยากจะเขียน ให้มันชัดเจนเผื่อเผื่อเขาจะได้แบบดูไป แล้วก็อ่ะสมมุติถ้ามันไม่ตรงกับที่เขาใช้ สมมุติถ้ามันมีคนออกแบบปกที่ที่ไม่ได้มา ตอบคำถามนี้แล้วก็อยากจะเอาอันนี้ไปใช้ อ่ะแล้วคำตอบที่เขาเห็นอ่ะมันไม่ได้ตรง กับที่เขาเป็นอยู่เงี้ยเขาก็จะได้แบบไม่ ได้รู้สึกว่าชั้นนอกคอกมากๆไม่เหมือนคน อื่นอะไรเงี้ยก็อยากจะให้รู้ไว้ว่าอันนี้ มันมาแค่จากกลุ่มๆเดียวที่มันที่อาจจะ ต้องเป็นคนที่เห็นจากในช่องทางที่เรา โปรโมทด้วยซึ่งมันก็ไม่ได้แบบว่าโปรโมท ยังไม่ได้โปรโมทยิ่งใหญ่ก็คือมาจากเพจ ไทก้าใช่ป่ะคะซึ่งมันซึ่งมันก็อาจจะไม่ ได้เป็นเพจแบบแสนไลก์อะไรอย่างเงี้ยก็เลย คิดว่ามันก็มีข้อจำกัดตรงนี้อยู่ก็เอ่อ ช่วงเวลาที่เปิดเงี้ยก็ประมาณเดือนนึง เพราะตอนนั้นเราก็รีบๆกันคือจริงๆอยากตอน นั้นที่ที่พี่เป็ดเริ่มก็คือโจทย์ว่าอยาก จะให้มันคุยเรื่องเกันทันช่วงงานหนังสือ เพราะว่าคนกำลังพูดถึงเรื่องนี้พอดีมันก็ เลยแบบเวลา 1 เดือนอะไรเงี้ยค่ะแล้วก็ตอน ที่ได้คนมา 55 คนเนี่ยจากเดิมที่คิดว่า แบบไม่รู้เหมือนกันว่าพอมก็เลยลองนึกๆว่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าคนออกแบบปกอ่ะ อย่างน้อยๆแล้วมันมีเท่าไหร่เงี้ยก็เลย ทักไปถามที่สยามเรื่องว่าเอ่อคือมันมีมัน มีงานมันมีงาน a 100 CD ซึ่งซึมันจัด ตอนงานหนังสือใช่ป่ะคะก็คือให้นักแบบปก เอาปกมาส่งแล้วก็คัดเรื่อง 100 อันมาแสดง ก็เลยรู้สึกว่าจริงๆแล้วโดยคือก็อาจจะไม่ ใช่ทุกคนที่ส่งแต่คิดว่าคนส่งก็น่าจะเยอะ พอสมควรอะไรเงี้ยก็เลยอย่างน้อยคิดว่า อย่างน้อยมันก็เห็นภาพว่าขั้นต่ำๆมันน่า จะประมาณเท่าไหร่ซึ่งอันนี้พี่ถามก็บอก ว่าเออมันมีคนส่ง 186 คนอะไรเงี้ยก็แสดง ว่าไอ้ไอ้แบบสอบถามนี้มันก็ถ้าถ้าคิดว่า 186 คนคือขั้นต่ำเนี่ย 55 คนจาก 186 คน ก็อาจจะไม่รู้เหมือนกันว่าเยอะพอมก็ 1

### [20:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=1200s) Segment 5 (20:00 - 25:00)

ใน 3 1 ใน 4 เออือเออก็ประมาณนั้นแล้วก็ อีกอันนึงก็คือเหมือนข้อมูลอันเนี้ยตอน ที่ทำแบบสอบถามอ่ะคำถามส่วนใหญ่อ่ะมันจะ เป็นคำถามแบบเป็นอัตนัยในแง่ที่ว่าเราไม่ ได้ให้ช้อยส์เค้าคือเขาก็ตอมาเป็นภาษาแบบ ฟี Tex ใช่ป่ะคะแต่ทีเนี้ยพอจะเอามาทำ สรุปเนี่ยมันใช้แบบนั้นมันมันใช้ี Tex แล้วมันใช้ยากก็เลยต้องมีการเอามาสรุป อะไรอย่างงี้อทีหรือไม่งั้นก็มีการแบบ เหมือนเอ่อข้อบางอย่างคือ simplify ให้ มันดูง่ายขึ้นอ่ะซึ่งมันก็มีข้อดีในแง่ แบบอ่ะมันก็เห็นสรุปภาพรวมแต่ว่าข้อเสีย คือมันก็อาจจะขาดรายละเอียดบางอย่างไปที่ เขาเขียจริงๆเช่นถ้าไปอ่านอ่ะจะเห็นเลย ว่าบางคนมันมีน้ำเสียงมาอยู่ในคำตอบมีแบบ อินเนอร์นู่นนี่นั่นอะไรเงี้ยก็เลยคิดว่า อันไหนๆอ่ะข้อมูลมันก็มาอยากอยากสาธารณะ อยู่แล้วถ้าสาธารณะอยากจะอยากดูข้อมูลนี้ เท่าๆกับที่เราเห็นน่ะก็เข้าไปดูได้ก็ อันเนี้ยเข้าไปดูที่ลิงก์ก็จะเห็นคำตอบ แบบดิบๆที่แท้จริงแบบที่ไม่ผ่านการปแต่ง อะไรอย่างเงี้ค่ะก็ถ้าใครสนใจขนาอันนั้น ก็เข้าไปดูได้เหมือนกันค่ะก็ส่วนจุด ประสงค์เนี่ยหลักๆก็อย่างที่บอกเลยก็คือ 1 ก็คือคนคนที่แบบใช้ใช้แบบใช้แบบฟังก์ชัน แบบของพี่เบิ้มคือไม่มีไอเดียว่าจะคิด เท่าไหร่หรือว่ามีคนมาถามแล้วเราก็ไม่รู้ เหมือนกันว่าเราจะตอบอะไรก็ส่งก็เอาสิ่ง นี้ไปดูได้แล้วก็อาจจะทำให้เห็นสิ่งที่ เหมือนจริงๆเราก็คุยกันอยู่เรื่อยๆว่าแบบ มันมีปัญหาอะไรบ้างแต่ว่ามันอาจจะไม่ได้ ถูกเอามาทำเป็นแบบมีรลักษณ์อักษรบันทึก ไว้ให้เอาไปแชร์ต่ออะไรเงี้ยค่ะก็คิดว่า สิ่งนี้ก็จะทำสิ่งนั้นได้ประมาณนี้โอเค ขอบคุณครับขอสไลด์ถัดไป ครับค่ะก็ประเด็นเรื่องเงินก็น่าจะเป็น ประเด็นที่คนสนใจสุดในลำดับแรกก็อันนี้ก็ เหมือนคำถามเนี้ยมันถามว่าเออให้คนน่ะมา แชร์ว่าแบบไอ้ราเงินที่ได้จากจากข้าวแปก ครั้งล่าสุดเอาเอาล่าสุดที่ทำอ่ะคือเท่า ไหร่อะไรเงี้ยแต่ว่าเอ่อดีสุดเลยคือแชคือ บอกสำนักพิมพ์ด้วยเพราะว่าเราจะได้เอามา เห็นดูบริบทด้วยใช่มั้ยคะแต่บางคนก็บอก บ้างไม่บอกบ้างอะไเงี้แต่ว่าเอาสิ่งเอา ไอ้ตัวเลขเหล่านั้นน่ะมารวมๆสรุปแล้วอ่ะ ก็อย่างที่เห็นก็คือส่วนใหญ่ถ้าจากข้อมูล เนี่ยส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ประมาณแบบ 5,000 ถึงไม่เกิน 10,000 ใช่มั้ยคะแต่ว่ามันก็ จะใกล้ๆกับคนที่ตอบว่า 10,000 ถึง 15,000 อะไรอย่าเงี้ยเออซึ่งถามว่าเซอร์ไพรส์ม อันนี้ต้องถามไม่รู้ที่ี่เปดพี่โยด้วยแต่ สำหรับดัอ่ะไม่ไม่ได้เซอร์ไพรส์เพราะรู้ สึกว่าราคาที่ที่เคยรู้มาจากรอบๆตัวมันก็ ประมาณนี้อยู่แล้วคือ 10,000 15,000 อะไรเงี้อื อืแต่ไม่เกิน 5,000 เนี่ยมีพอสมควร อันเนี้ยเรารู้สึกแบบโเจ็บจี๊ดเลยนะเนี่ย ก็เลยแบบโอไวะเอเซอร์ไพส์เซอร์ไพส์แถว นั้นใชใช่เยอะอยู่ครับเซึ่งก็หมายถึงอาจ จะ 5,000 กับอีก 1 ก็ได้นะที่ไปอยู่ใน อันดับแรกอ่ะครับหมายถึง 5,000 5,500 เงี้ยซึ่งเราก็ไม่อย่าลืมนะว่ามันมันรวมๆ กันมันมันอาจจะยังเยอะอยู่นะอาจจะยังต่ำ กว่าหมื่นเนี่ยเยอะอยู่ใช่ๆๆเออจริงๆก็ อันนี้อาจจะหยาบไปนิดนึงคือคือคือถ้าเกิด คนบอกว่าได้ 5,500 เงี้ยมันดูน้อยแต่ถ้า คนบอกได้ 10,000 ก็ดูโอเคอย่างงี้ใช่มั้ย คะคือพอเอามารวมเป็นแถวเดียวมันก็เลยแบบ ว่าไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอีราคานี้นี่มัน มันดีหรือยังอะไรงี้อาจจะต้องสร้างเล้ง ที่มันละเอียดขึ้นอีกนิดนึงรอบหน้าก็คือ ให้เห็นว่าเออมันเลยไปเท่าไหร่อะไรอย่าง เงี้ยแต่ไม่เป็นไรแต่นี่ก็ทำให้เห็นเอ่อ ความน่าสนใจหลายหลายๆเรื่องเหมือนกันนะ อือมันยังมีคนที่ได้อ่าปกมากกว่า 35,000 ด้วยเห็นมั้ยข้างล่างถึง 40,000 ใช่มั้ย ครับอืมมันมีหลายอย่างในในตัวเลขนี้ดมี อะไรตอนนั้นมันเหมือนกับเรามีหมายเหตุที่ น่าสนใจอันนึงจากไอ้ตรงเนี้ยดัคเห็นอะไร นะตอนนั้นน่ะที่ที่ที่เราคุยกันน่ะอ๋อ จริงๆอันเนี้ยเป็นเวอร์ชั่นแบบ simplify แต่ว่าเดี๋ยวถ้าหน้าต่อไปเนี่ยจะเป็น เวอร์ชั่นที่เหมือนเราแตกละเอียดแหะคือ โอเคได้แตกละเอียดแบบลายายสนักพิมพ์ลาย รายคนอะไรอย่าเงี้ยค่ะคืออย่างคืออย่าง เมื่อกี้นี้มีไว้เพื่อเห็นภาพคร่าวๆใช่ ป่ะกลัวกลัวคนมาเจอหน้านี้แล้วแบบตกใจไม่ รู้จะดูยังไงก็เลยสรุปไปก่อนว่าอ่ะอ่า ประมาณ 5,000 ถึง 10,000 ถึง 15,000 อะไรประมาณนี้แต่ทีนี้อันเนี้ยก็ จะเห็นว่าคือเนื่องจากเราให้เขาตอบเป็นลน สำหรับพิมพ์ด้วยเพราะฉะนั้นน่ะมันก็เลย เอามาสรุปแบบละเอียดขึ้นได้ว่าเออถ้าเกิด พอแยกดูแล้วเนี่ยอืแต่ละสำนักพิมพ์อ่ะมัน คิดประมาณเท่าไหร่ซึ่งก็จะเห็นด้วยว่าแบบ มันก็จะมีทั้งสำนักพิมพ์ที่ให้ในราคาแบบ 20,000 ให้ในราคา 30,000 อะไรงงี้หรือไป จนถึง 30,000 ถึง 40,000 อะไรอย่าเงี้ย ค่ะทีเนี้ย เอ่อก็ต้องมเพิ่มอีกเหมือนกันว่าแบบคือ ราคาคือคือเนื่องจากคนต่อไม่ได้เยอะเนาะ แล้วก็ก็เลยแบบคนคนนึงสมมุติคนที่เชั สำหรับพิมพ์เดียวกันเนี่ยอาจจะมีซัก ประมาณ 2-3 คนซึ่ง 2-3 คนนั้นน่ะก็อาจจะ อยู่ในอาจจะเป็นคนที่แบบเหมือนอยู่ใน เกณฑ์ที่ได้ได้ได้น้อยก็อาจจะทำให้สับ

### [25:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=1500s) Segment 6 (25:00 - 30:00)

เกณฑ์ที่ได้ได้ได้น้อยก็อาจจะทำให้สับ พิมพ์นั้นน่ะดูเหมือนให้เงินให้เงินน้อย แต่ถ้าสมมุติ 3 คนที่มาตอบนั้นเป็นตัวแทน ที่แบบได้เงินเยอะสำพิมพ์นั้นก็อาจจะดู ให้ได้เงินเยอะไปอะไรอย่าเงี้ยแต่แต่คิด ว่าสที่ได้สิ่งที่เห็นได้แน่ๆจากอันเนี้ย ค่ะ 1 เลยก็คือก็ทำให้เห็นว่าจริงๆอ่ะมัน มีสำนักพิมพ์ขนาดเล็กที่ถ้าโดยความเข้าใจ แล้วอ่ะคนก็อาจจะคิดว่าสำนักพิมม์ขนาดเลก ไม่น่าจะมีเงินจ้างได้เยอะเพราะว่ามาจิ กำไรมันน้อยแต่มันก็จะเห็นว่ามีสพิมพขนาด เล็กที่ให้เงินในราคา 20,000 ซึ่งมันก็ เป็นราคาที่สำรักพิมพ์ขนาดกลางหรือขนาด ใหญ่ให้เหมือนกันคือถ้าดูตรงแถว 20,000 อ่ะก็จะเห็นเลยว่ามันมีเนี่ยสังพิมพ์ เนี้ยขนาดเล็กอันเนี้ยหลุดมา 1 อันเออ หรือว่าจริงๆสังพิมพ์ขนาดกลางเงี้ยก็มี เรนราคาที่กว้างเหมือนกันคือคืออันเนี้ย ให้คนระบุปีด้วยใช่ป่ะคะเพื่อที่จะดูว่า แบบจริงๆเดี๋ยวบอกราคามาแล้วมันเป็นราคา ของ 10 ปีที่แล้วมันก็อาจจะไม่แฟร์กับสัง พิมพ์นั้นอันเนี้ยก็จะเห็นว่ามันก็จะมี สังพิมพขนาดกลางที่ในช่วงเนี้ยคือให้เงิน ราคาที่มันต่างกันมากเช่นอันที่เห็นอัน แถวที่ 2 ของสารก้าก็คือ 5,000 กับ 20,000 ซึ่งอันเนี้ยอยู่ในปีที่แถวๆเดียวกันก็ คือช่วงแบบ 2-3 ปีหลังมาเนี่ยคือแปลว่า เอ่อสำหรับทีมเนี้ยให้เงินที่ต่างกันมาก กับ 2 ดีไซน์เนอร์คือจริงๆอันเนี้ยให้ให้ ให้ให้นักออกแบบเนี่ยตอบอันล่าสุดของสทีม นั้นแปลว่าคนคนึงอ่ะจะไม่ได้ตอบมากกว่า 1 ราคาสำหรับสำนักทีมเดียวกันแปลว่า อันเนี้ยเป็นราคาที่มาจาก 2 คนก็คือคนนึง ของสำนักทีมเเได้แบบ 8,000 คนนึงได้ 20,000 อะไรอย่าเงี้ยซึ่งซึ่งอันนี้ก็ ต้องไปคิดต่อกันอีกคือแบบสถานนี้คงให้คำ ตอบกันไม่ได้แต่มันต้องไปคิดต่ออีกว่ามัน เกิดจากอะไรนะมันอาจจะว่าสโคปงานไม่เท่า กันหรือเปล่าหรือมันอาจจะเกิดจากแบบเอ่อ ไม่รู้มุมมองที่สธิมีต่อนักโแบบแต่ละคน ไม่เหมือนกันหรือเปล่าอะไรเงี้ยเอออันนี้ ก็คือเป็นสิ่งที่เห็นแล้วก็เอ่อแล้วก็จะ เห็นว่าแบบอย่างหน่วยมีมีคนตอบหน่วยงาน รัฐมาคนนึงอ่ะแล้วก็อันนั้นก็คือเงินเป็น เป็นเป็นเลนที่พุ่งมากก็คือ 30,000 - 40,000 ซึ่งก็คือคนตะกี้ใช่มั้ยที่ที่ เราว่าแบบโอคนนี้มาจากไหนนะคือหน่วยงานรั ใช่ๆๆอันที่เป็นไอ้คนๆเมื่อกี้ที่อยู่ใน หน้าเมื่อกี้เนี่ยค่ะไอ้ 30,000 4,000 ก็คือคนๆนี้นั่นเองซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าสโคปมันเป็นยังไงแต่เท่าที่เข้าใจอ่ะ งานของหน่วยงานรัฐอ่ะมันดูจะคิดแบบคนคน น่าจะคิดบวกๆอยู่แล้วเพราะมันมีความยุ่ง ยากบางอย่างที่แบบอืเหมือนต้องอาจจะมี่าน หลายด่านเออมีสิ่งที่ต้องแบบต้องคิดเพื่อ เพื่อแบบเป็นค่าแบบค่าเสียโอกาสค่าอะไร นู่นนี่นั่นน่ะอันนี้ไม่แน่ใจมันก็เลยแบบ พุ่งสูงกับคนอื่นอะไรเงี้ยค่ะแล้วก็จะ เห็นว่ามันจะมีแบบงานงานบุคคลในที่นี้ก็ คือเป็นฟิว่าคิดว่าเป็นฟิว่าไม่ใช่บริษัท มาจ้างอก็คือเป็นแบบเหมือนเพื่อนเพื่อนัก เขียนมาจ้างหรือว่าคนคนกันเองอันนี้เดา เองนะก็คือเป็นแบบเหมือนว่าไม่ได้ระบุ ชื่อแต่ราคามันก็เลยจะแบบอันนี้ก็จะเห็น ว่ามันก็จะไม่ได้สูงมากไม่ถึง 10,000 อะไรเงี้ยอเออ แล้วก็ส่วนส่คือเนื่องจากว่าอันนี้เราไม่ ได้บังคับตอบนะคือเหมือนเราถามเป็นราคา แต่ว่าแนะนำไว้ว่าถ้าเกิดเป็นไปได้เนี่ย อยากให้ตอบเป็นราคาบวกปีบวกสำนักพิมพ์แต่ ว่ามันก็จะมีคนที่อาจจะไม่ได้สะดวกใจขนาด นั้นที่จะแบบระบุละเอียดเวอร์เออหรือว่า คนที่อาจจะไม่ได้มีเวลามานั่งลิสลิสราคา มากก็เลยจะตอบมาเป็นแบบกว้างๆเช่นเท่านี้ ถึงเท่านี้ไม่ได้บอกสพิมอันนี้ก็จะกรอง อยู่ในช่วงสุดท้ายก็คือช่วงที่ไม่ลงชื่อ ซึ่งอันนี้ก็อาจจะยากนิดนึงในการมาคิดว่า เออแล้วจริจริงๆแล้วปัจจัยอะไรนะที่ทำให้ ราคามันกรองๆอยู่ช่วงนี้คืออันนี้ก็จะ เห็นเลยว่ามันกองอยู่แถวแบบไม่เกิน 10,000 เป็นหลักอะไรเงี้ยค่ะเกือบ 0 เลยเหรอก็ มีจริงๆไม่ึง 0 แต่ว่าประมาณเท่าจำได้ว่า ประมาณแบบไม่ถึง 1000 อ่ะมีมีไม่ถึง 1000 อ๋อโอเคอ่ามีมีคนไม่ถูกทันนึงซึ่ง อันเนี้ยมันพอมันไม่ได้เขียนว่าเป็นว่า เป็นแบบเค้าเรียกว่าเป็นสำหนับเป็นคนจ้าง คือใครเก็จะอาจจะยากแล้วว่าไอ้ราคานี้มัน โผล่มาได้ยังไงนะมันทำไปได้ยังไงนะราคา ที่ไม่ถึง 1000 อะไรเงี้ยค่ะอซึ่งอันนี้ ไม่ได้ว่าจะมาเบมกันเลยแต่แค่แค่คิดว่า มันน่าจะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ราคามัน อยู่ในช่วงนั้นซึ่งเราไม่ไม่มีคำตอบอะไร เงี้ยค่ะออืแล้วก็แล้วก็อีกออีกข้อจำกัด นึงก็คือเหมือนตอนที่เอ่อมาดูเป็นตอนแรก อ่ะไม่ได้แบ่งเป็นไม่ได้แบ่งตามขณะสังพิม แต่ว่าแบ่งเป็นแบบเป็นชื่อสังพิมเลยแล้ว เอามาแชร์กันในกรุ๊ปก่อนแล้วก็มันก็มีคำ ถามตามมาว่าแบบเออมันควรจะให้บริบทในแง่ ที่ว่าแล้วสำนักพิมพ์เนี้ยมันเป็นมันเป็น สถานะแบบไหนมยเพื่อให้ความเป็นธรรมแล้ว กันเพราะว่าอยู่ๆเราจะเอาสังพิม 2 อันที่ มันแบบอยู่กันคนละโลกมาเปรียบเทียบกันว่า ใครให้เยอะกว่าน้อยกว่ามันก็จะไม่แฟ้ใช่ป คะก็เลยต้องไปหาข้อมูลมาเพิ่มว่าจริงๆ แล้วสังพิมนั้นเป็นยังไงแต่ว่ามันข้อมูล ที่ได้มาอันนี้จริงๆเป็นข้อมูลจากงานนึง ของที่ออฟฟิศด้วยก็คือเป็นทำเกี่ยวกับ เรื่องวงการหนังสือเนี่ยค่ะซึ่งไอ้งาน นั้นน่ะมันก็เอามาจากของน่าจะเป็นบตมั้ง อีกทีค่ะเพราะว่าแบบเหมือนเขาก็เอาชื่อ สังพิมมาแล้วก็ระบุว่าแบบสังพิม์เนี้ย เอ่อขนาดประมาณเท่าไหร่โดยที่จากรายได้ แต่ว่าเขาอ่ะไม่ได้บอกว่าไอ้จุดตัดรายได้

### [30:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=1800s) Segment 7 (30:00 - 35:00)

แต่ว่าเขาอ่ะไม่ได้บอกว่าไอ้จุดตัดรายได้ อ่ะคือเท่าไหร่เช่นถ้าเท่านี้ถึงเท่านี้ จะนับเป็นเล็กเท่านี้ถึงเท่านี้นับเป็น ใหญ่มันก็เลยจะเป็นข้อมูลที่หยาบๆนิดนึง แล้วก็อีกอันนึงก็คือมันไม่ได้มีครบทุก์ สำหรับพิมพ์ที่เราเห็นในในแบบสอบถามมันก็ เลยจะแบบสรุปได้ยากว่าโอเคสาพิมพ์เล็กมัก จะเป็นแบบนี้สพิมพ์ใหญ่มักจะเป็นแบบนี้ อะไรเงี้ยแต่ว่าก็ก็เลยสรุปได้เท่าที่ เห็นที่ว่าแบบอ่ะเล็กก็เล็กก็ไม่ได้หมาย ความว่าจะให้น้อยเสมอไปใหญ่ก็ไม่ได้กลาง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้เยอะเสมอไปอะไร ประณนี้ค่ะก็จะได้ประมาณนั้นแต่ข้อสังเกต หนึเนี่ยก็คือแม้แต่สำนักพิมพ์เดียวกัน จ้างนักออกแบบต่างกันก็จ้างคนละราคากัน ที่เป็น Range ที่คนค่อนข้างกว้างได้ถูก มั้ยครับค่ะก็คือแล้วแต่เหมือนนักออกแบบ จะเรียกหรือแมแล้วแต่สำรพิมพจะอาจจะกำหนด งบแล้วนักออกแบบยอมรับเองก็ก็รับไปในราคา นี้ก็อาจจะเป็นไปได้ใช่มยใช่แต่คิดว่าถ้า อย่างเงี้ยฟังก์ชันนึงของของงานเนี้ยก็ อาจจะเป็นว่าตอนเนี้ยอาจจะได้รู้แล้วนะ ว่าเราเราเราคิดถูกไปหรือคือหมายถึงว่า ถ้าเกิดในเทียบในสเกลสทีมเดียวกันเนี่ย อาจจะได้เห็นแล้วว่าโอเคมีคนมันมีคนที่ ได้ราคาเท่านี้แปลว่าเราสามารถเรียกมาก กว่านี้ได้อะไรเงี้ยถ้าถ้าเราอยากจะต่อ รองอื อเนาะในเชิงของอย่างเราเนี่ยทำรายการ My your Business มาแล้วเราคุยเรื่องเงิน กับงานออกแบบหรือกับเรื่องบริบทลูกค้า อะไรอย่างเงี้ยเราก็จะมีความรู้สึก ว่าไอ้ค่าทำงานของพวกเราอ่ะครับยังไงมัน ก็มีไม่มีราคากลางหรอกหมายถึงว่ามันอาจจะ มีราคาแบบเป็นกลางแหละแต่หมายความว่าแต่ ละคนน่ะอยากจะเรียกเท่าไหร่อ่ะก็สามารถ เรียกได้หรือเพราะว่าอยู่ที่ว่าลูกค้าเ รับกับราคานั้นหรือเปล่าถ้าเกิดว่าเขาค คิดว่ามันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราทำให้เนาะ มันคือความแบบมันอารมณ์ล้วนๆเลยเอาจริงๆ ถูกมั้ยฮะเพราะว่ามันไม่ได้หมายความว่า งานที่แล้วที่คุณทำให้เจ้านู้นในราคา ประมาณนี้มันประสบความสำเร็จแล้วงาน ปัจจุบันที่ทำให้คุณเนี่ยมันจะประสบความ สำเร็จในแบบเดียวกันมันก็ไม่ได้การันตี ขนาดนั้นดังนั้นเนี่ยมันเป็นเรื่องของ ความแบบคาดหวังความไว้ใจความเชื่อใจอะไร อีกสารพัดอย่างมันก็เลยไม่ไม่ได้เป็นเป็น เหตุเป็นผลเสียทีเดียว เแต่ใครจะเสริมยกับสไลด์นี้มั้ยครับอเ R อ๋อคือผมก็อาจจะมองต่อจากของน้ำใส่ว่าบาง ทีมันอาจจะเป็นแบรนด์ก็ได้ของนักออกแบบ ที่เข้าไปแล้วก็อาจจะหมายถึงว่าสำนัก พิมพ์เดียวกันอาจจะให้ไม่เท่ากันกับอีก แบรนด์นึงที่เป็นดีไซน์เนอร์เป็นไปได้ม ครับมันก็เลยหรือว่าเป็นเรทมาตรฐานมันก็ เลยมันก็เลยต่างกันเวลาที่เหมือนกับว่า สำรับพิมพ์อันเดียวกันแต่แต่แต่เลือกที่ จะจ่ายแตกต่างกันแต่ว่าจากจๆตัวนี้ผมว่า มันก็ไม่ถึงกับเป็นเเรกนะไม่ถึงกับเป็น subjective หมดหรอกผมว่าเราเห็น objective หมายถึงว่าเห็นไอ้ความเป็นภาว วิสัยบางอย่างด้วยเหมือนกันว่าเออมันถ้า ไปตามทำเค้าเรียกนะเราไปทำการสำรวจโดย ละเอียดผมคิดว่ามันน่าจะมีเอ่อมีตัวเลข ที่น่าสนใจอยู่ในการในการที่จะกำหนดถึง แม้จะไม่เรียกว่าเป็นขั้นต่ำแต่ผมว่ามัน ไม่ควรจะน้อยกว่านี้มั้งเนาะสำหรับการออก แบบแล้วเพราะว่าถ้าบอกว่า 800 หรือ 900 เนี่ยก็อาจจะไม่ make sense สำหรับการทำ หนังสือโดยทั่วไปอะไรอย่างเงี้ยนะซึ่ง ตรรงนี้เดี๋ยวเราคงจะได้ไปคิดแล้วก็พัฒนา ต่อใช่มั้ยน้ำใสเออคือสำหรว่าถ้าเกิด สมมติคนตอบสัก 100 คน 200 คนอะไรอย่า เงี้ยแล้วก็อาจจะให้ระบุระบุแบบสพิมพอะไร ที่ละเอียดขึ้นเนี่ยจริงๆมันอาจจะเห็น เทรนดบางอย่างคือคืออันเนี้ยข้อข้อเสีย นึงของเวลาที่คนตอบน้อยอ่ะคือคคำตอบมันจะ เหวี่ยงมันจะมีความแบบเหวี่ยงมากน้อยเยอะ อะไรเงี้ยจนมันแบบสรุปไม่ได้แล้วเนี่ยก็ จะเห็นว่าอย่างสมาชิขนาดใหญมีคนตอบแค่ 1 คนเพราะฉะนั้นมันก็เลยจะแบบสรุปไม่ได้ว่า ส่วนใหญ่แล้วคนสิขนาดใหญ่ให้ราคาประมาณ เท่าไหร่อะไรเงี้ยค่ะก็ถ้าเกิดมีคำตอบ เยอะขึ้นคำตอบละเอียดขึ้นอะไรอย่าเงี้ย ไอ้ส่วนนี้ก็น่าจะก็น่าจะเห็นภาพมากกว่า เดิมอือือ่าเดี๋ยวผมขอทักคุณผู้ชมจากทาง บ้านหน่อนะครับมีคอมเมนต์มาผมอ่านชื่อไม่ ออกครับผมขอโทษด้วยนะครับเรียนน้อยนะครับ เอาเป็นว่าอ่านนามสกุลแล้วกันครับสเปซบอก ว่าภาพและเสียงชัดเจนครับผมขอบคุณมากนะ ครับนนี้ตอบมาทาง YouTube แล้วก็มีเพื่อน ผมนะครับเป็นดีไซน์เนอร์ชาวเวียดนามนะ ครับคุณฝามเงียนเขียวนะครับเขาบอกว่า It Would be Great If have English subtitle นะครับ Oh I don't sure In My YouTube it got Like High subtitle Like automatic but maybe you can ร AI English subtitle Later Maybe YouTube can generate your english subtitle for you Maybe next time เก Sorry My Friend Thank You For watching

### [35:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=2100s) Segment 8 (35:00 - 40:00)

โอเคขอบคุณนะครับใครมีคอมเมนต์มีคำถาม อะไรนะครับจากข้อมูลที่เมื่อกี้เราคุยกัน นะครับลองเขียนมาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ อ้าเชิญต่อครับอข้ามข้ามนนี้เลยค่ะอันนี้ เป็นคำอธิบายที่อยู่ในโอเคทีนี้มาต่อที่ เรื่องเมื่อกี้ที่พี่โยทิ้งไว้ก็คือว่า ไอ้ราคาเมื่อกี้ที่เราเห็นว่าสคินึงให้ ไม่เท่ากันนะคะอาจจะเป็นผลมาจากแบบส่วน ตัวเป็นแบบเ้าเรียกว่าอะไรเป็นเกี่ยวกับ เรื่องนักออกแบบแหะว่านักออกแบบที่มาจ้าง เนี่ยมันมีคุณสมบัติอะไรที่ทำให้ราคาไม่ เหมือนอะไรเงี้ยค่ะอือซึ่งอันนึงที่คนน่า จะคิดอ่ะคิดแบบตรงกันก็คือเรื่อง ประสบการณ์แต่ทีเนี้ยพอนึกถึงคำว่า ประสบการณ์ในมุมงานที่มันไม่ใช่งานประจำ อ่ะมันอาจจะยากในการคิดว่าเอ่อเท่าไหร่ ที่เรียกว่ามีประสบการณ์เราจะนับ ประสบการณ์นั้นจากอะไรเพราะว่าเช่นถ้าเรา จะนับจากจำนวนปีเนี่ยแบบเหมือนเวลาทำ บริษัททั่วไปใช่แบบ 1-2 ปีเนี่ยก็ถือว่า เป็นจูเนี่ย 3-6 ปีเป็นแบบเป็นแบบรุ่น กลางอะไรเงี้ยคืออันเนี้ยมันจะมันก็จะดู มีหลักของมันอยู่แต่ทีเนี้ยพองานออกแบบปก มันไม่ใช่งานประจำคือมันเป็นงานที่แบบ เหมือนคนนึงอาจจะทำปีปีนึง 1 เล่มก็ได้ใน ขณะที่บางคนปีนึงอาจจะทำไป 100 เล่มอะไร เงี้ยเราจะวัดเราจะวัดยังไงถ้าคนๆนี้ทำปี ละ 1 เล่มแล้วทำไป 10 ปีทำทั้งหมดจริงๆ 10 เล่มกับอีกคนนึงทำ 100 เล่มต่อ 1 ปี แต่ว่าถ้าเกิดรับจากบีเนี่ยคนนี้จะดูแบบ มีประสบการณ์น้อยทันทีอะไรเงี้ยหรือแม้ กระทั่งว่าแบบ เอ่อคนที่ทำปีละ 1 เล่มจริงๆแล้วเอาจจะทำ งานอย่างอื่นที่ไม่ใช่ที่ไม่ใช่ปกเนี่ย เยอะมากเช่นออกแบบกราฟฟิกออกแบบ branding แต่ทำปกแค่อันเดียวถ้าจะนับจากจำนวนปก อย่างเดียวเคก็จะดูเหมือนเอ่อแบบเหมือนคน ไม่มีประสบการอย่างเงี้ยค่ะคืออันเนี้ย เป็นจุดที่อาจจะยากนิดนึงในการที่ข้อมูล เนี้ยมันจะเอามาแบบวิเคราะห์ว่าเอ้ยสรุป แล้วประสบการณ์จะวัดจากอะไรแต่อันนี้ก็ก็ เป็นปัญหาที่ดิมไว้แต่สุดท้ายเนี่ยก็ เลือกมาใช้ 2 มุมนะก็คือเรื่องของเรื่อง ของปีกับเรื่องของจำนวนปกนี่แหละค่ะเพื่อ 1 ก็คือเพื่อแก้ปัญหาว่าไม่รู้จะใช้อะไร ดี 2 อันงั้นงั้นลองใช้ทั้ง 2 อันดูก่อน แล้วก็อาจจะมีเรื่องที่ว่าเรื่องชื่อ เสียงเรื่องแบรนดิส่วนตัวซึ่งก็อาจจะวัด ยากและว่าสิ่งนี้เราจะเราจะวัดยังไงดีนะ ว่าคนนี้แบบมีคนแบบเราจะเราจะวัดคนคนนั้น ยังไงเราจะรู้บริบทของคนคนนั้นได้ไงผ่าน แบบสอบถามเออมันไม่มีหลักอะไจะให้เรา ประเมินเช่นแบบอ่ะคนนี้เคยลงลงสื่อจะถือ ว่าคนนี้มีมีชื่อเสียงแล้วหรืออะไรเงี้ย มันมันก็ยากนิดนึงแต่ว่าไม่รู้เหมือนกัน ถ้าถ้าในมุมพี่ในในมุมพี่พี่โยพี่เปดพี่ สยามเนี่ยเวลาแบบรู้จะรู้สึกว่าเราอ่ะมี ประสบการณ์แล้วมันจะมันจะรู้สึกเมื่อจุด ไหนคะแบบจุดที่เราทำไปแล้วกี่ปีจุดที่เรา ทำไปแล้วกี่เล่มอะไร เงี้ยจริงๆไม่ค่อยมีต้องกำหนดเป็นปีอ่ะ เออต้องกำหนดเป็นปีว่าทำงานมาแล้วเท่า ไหร่แต่แต่แต่จริงๆอ่ะ 1-2 ปีอ่ะ จินตนาการเหมือนนักเขียนนวนิยายนะอาจจะ เป็นศิลปินก็ได้เป็นคนที่ทำภาพมาตลอดแล้ว ก็มาทำปกนึกออกมยอืหรือเป็นไปได้แม้ กระทั่งนักศึกษาที่จริงๆก็รับฝิ่นมาตั้ง แต่ปี 3 ปี 4 ละแล้วก็เป็นเด็กฝึกงานแล้ว ก็ทำไปพอออกมาปุ๊บงานมันก็เค้าเรียกมันก็ ก้าวกระโดดก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนกันแต่ แต่มันดูยากจริงๆ้าถ้าเราไม่ไม่ให้เค้า เรียกนะถ้าเราไม่ได้ข้อมูลในในเชิงที่ที่ ระบุไปเลยอ่ะว่าอ่าหมายถึงเล่มไหนเออ เพราะอันนี้ไม่ได้ใส่ชื่อถูกมั้ยครับแต่ ถ้าเราใส่เเใส่ชื่อเราเดาได้อ๋อก็ศิลปิน คนนี้ไงที่เวาดภาพอันนี้แล้วเมาทำปกอัน นี้แล้วเคิดอันนี้อะไรอย่างเงี้ยครับมัน ก็อาจจะพอประกอบได้เพราะว่าบางคนอาจจะไม่ ได้ทำปกมันตั้งแต่แรกแต่เค Art เวิร์คอ่ะ ครับเเขายอาร์ตเวิร์คอ่ะเออก็ก็เป็นไปได้ ถูกมั้ยเพราะว่ามีหลายหลายๆสำนักพิมพ์ที่ ที่ใช้ศิลปะใช่มั้ยครับมามาเป็นหน้าปกไป เลยอะไรอย่างเงี้ยตรงเนี้ยก็ก็อาจจะเป็น ไปได้มยไม่รู้เหมือนกันเี่อันนี้พยายามจะ จะจะจะบอกว่าเอ้ยมันมันสวนทางกันเรื่อง ประสบการณ์ใช่มั้ยอืใช่ๆคือคืออย่างเงี้ ก็จะเห็นใช่คือจะเห็นว่าแบบถ้าถ้าโดย Common Sense อ่ะมันก็จะรู้สึกว่ากลุ่ม ที่ยิ่งยิ่งยิ่งประสบการณ์สูงอ่ะมันก็ควร เลสราคามันก็ควรจะไปกองๆอยู่หลังๆในขณะ ที่ซึ่งมันต้องแตกต่างมันต้องดูแตกต่าง กันจากกลุ่มที่ประสบการณ์น้อยกว่าอยู่ แล้วแต่พออันเนี้ยเห็นเห็นมามันก็จะดูว่า แบบมันก็กระจายตัวมันก็มีทั้งคนที่ทำพึ่ง ทำแล้วราคาแบบ 30,000 อืหรือคนที่แบบทำ 20 อีขึ้นไปแต่ราคายังไม่ถึง 10,000 อะไร เงี้ยคือมันมีคือมันมีทั้ง 2 แบบเออก็เลย ก็เลยแบบเป็นจุดที่อาจจะสรุปได้ยากว่า เอ้ยสรุปแล้วประสบการณ์ในเรื่องเนี้ยมัน มีผลใหซึ่งถ้าเกิดไปดูหน้าต่อไปอคที่มัน เป็นเรื่องจำนวนปกอ่ะก็ไม่แตกต่างคือจะ ใช้ปีหรือปกอ่ะมันเห็นทั้งคู่ว่ามันดูว่า มันดูจะกระจายตัวแบบอืแบบสุ่มๆแบบที่ไม่

### [40:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=2400s) Segment 9 (40:00 - 45:00)

มันดูจะกระจายตัวแบบอืแบบสุ่มๆแบบที่ไม่ มีไม่มีเทรนอะไรเป็นขนาดนั้นอะไรเงี้ยค่ะ อืเปดว่าไงนะเมื่อกี้เราเราอนัเออ เอ่อผมผมแค่คิดว่าจำนวนปีมันคงจะชัดเจน ที่สุดสำหรับผมนะว่ามีประสบการณ์หรือยัง มีประสบการณ์มันกี่ปีต่อให้เขาคทำปีละปก เดียวอ่ะแต่ว่าชีวิตนักออกแบบมันจะแบบมัน จะต้องทำอย่างอื่นไปด้วยแล้วมันจะเก่ง ขึ้นน่ะอืออือันเนี้ยถือว่าเทียบได้ง่ายๆ นะสมมุติว่าอๆเออคิดว่าอันนี้ในมุมเราอ่ะ ที่คุยเรื่องเงินเรื่องทองอะไรแบบมาตลอด เนาะแล้วจากการคุยกับดีไซน์เนอร์ค่อนข้าง เยอะนะครับเราอ่ะมีความรู้สึก ว่าแม้แต่คนที่ทำมานาน 20 ปีอ่ะแต่ถ้า เค้าไม่สะดวกใจที่เป็นนักออกแบบที่เขาไม่ ชอบคุยเรื่องเงินน่ะอืแล้วแต่จะให้หรือ ว่าแบบอะไรสมมุติเคยทำเท่านี้ก็ชัดเท่า นี้อะไรอย่างเงี้ยโดยที่อือเคยังคิดว่าเค ยังอยู่ได้เนาะจนวันนึงที่เคิดว่าเค้าอาจ จะอยู่ไม่ได้เจำเป็นต้องขึ้นเก็จะขึ้น อะไรอย่างเงี้ยถ้าคนกลุ่มเนี้ยอก็อาจจะมี แนวโน้มราคาที่ไม่ได้สวิงไม่ค่อยเกเติบโต ไม่ค่อยก้าวกระโดดอะไรอย่างเงี้ยเพราะว่า เขาไม่ได้คิดเรื่องเงินเป็นเรื่องหลัก หรือไม่ชอบคุยเรื่องเงินเขาก็จะไม่ได้ เงินแบบที่เขาควรจะได้ถ้าเทียบกับคนอื่น ที่อาจจะคิดเรื่องเงินเรื่องเอยกตัวอย่าง นะสมมุติว่าถ้าเราคิดว่าแบบนักออกแบบที่ ทำงานได้หลักต่ำกว่า 1000 อย่างเงี้ยอือื ถ้าเป็นคนที่เขาคิดเรื่องเงินเนี่ยก็จะ ต้องคิดแล้วแหละว่าต้นทุนเขามีอะไรสมมุติ ว่ากว่าจะดีลงานหนนึงอ่ะต้องคุยโทรศัพท์ กี่หนต้องใช้เวลาทำการกี่ชั่วโมงอะไรอย่า เงี้ยเนาะต้องมีค่าซอฟต์แวร์ต้องมีค่าไฟ ต้องมีค่าอะไรต่างๆเนี่ยซึ่งรวมๆเหล่า เนี้ยเราคิดว่าต่อเดือนนึงอ่ะถ้าเกิดเขา ต้องทำขี่ปกเถึงจะได้เงินเดือนสมมุติ 15,000 20,000 อะไรอย่างเงี้ยอืมันก็จะ เริ่มเห็นแล้วแหละว่าถ้าต่ำกว่า 1000 เนี่ยมันไม่น่าจะอยู่ได้แน่ๆถูกมครับ เพราะว่าถ้าต่ำกว่าสมมติมันต้องทำปีนึง เอ้ยเดือนนึง 15 ปกเนาะให้ได้ 15,000 อัน นี้คือราคาเป็นรายรับเนาะยังไม่รวมหักต้น ทุนที่เขาจะต้องแบมีอย่างเช่นซอฟต์แวร์ ค่าโทรศัพท์ค่าเดินทางค่าถ้าต้องไปดูสี หน้าแท่นหรืออะไรก็แล้วแต่เนี่ยพวกนี้ เป็นทุนหมดเลยมันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ คิดเรื่องเงินจริงๆเพราะถ้าใช้อืใช้ โปรแกรมอื่นเช่นไมคร Soft word ในการออก แบบสมมุตินะครับมันก็ยังต้นทุนน่าจะสูง กว่า 900 แน่นอนเลยมันจะอยู่ไม่ได้เพราะ ว่าค่ากินอยู่ทุกวันน่ะมันมันก็ต้องวันละ กี่ร้อยแล้วอ่ะใช่มั้ยฮะเออมันเลยทำให้ รู้สึกว่ามันไม่ค่อยสงเหตุสงผลกับกับการ คิดราคานี้ดังนั้นเนี่ยเลยคิดว่าคนที่ อย่างที่อย่างที่น้ำใสบอกมันวัดยากแต่ เท่าที่เราสัมผัสมาจากดีไซเนอร์หลายๆคน น่ะแม้แต่คนที่เก่งมากๆเลยที่เราคิดว่า เขาจะรวยมากๆจากการที่เขามีงานเยอะได้ รางวัลเยอะแยะอะไรอย่างเงี้ยบางครั้งพอ เราไปคุยกับเาอ่ะแล้วเราก็ตกใจว่าเฮ้ยคิด ราคานี้ไปได้ไงวะอะไรอย่างเงี้ยทั้งๆที่ แบบว่าอถ้าในมุมเรานะเค้าเป็นแบบซุปตาแต่ ว่าถ้าถ้าเกิดเาคิดราคาเนี้ยเด็กๆมึงไม่ ต้องทำมาหากินหรอกเพราะว่าลูกค้าตัวเจ็บๆ ตัวแพงๆอะไรต่างๆเนี่ยเมาจ้างคุณหมดอ่ะ เพราะว่านึกออกมั้ยเพราะว่าเพราะว่าราคา มันไม่ได้แบบมันนึกถึงว่าคนที่มันได้ รางวัลมีประสบการณ์ขนาดเนี้ยเควรจะราคา สมมุติถ้าเราในมุมในความเข้าใจเราเคจะ ราคานี้แต่พอเราเข้าราคาอย่างเงี้ยมันไม่ ได้ต่างจากราคาคนไม่มีประสบการณ์หรือคน ไม่ได้ได้รางวัลอะไรอย่างเงี้ยอือมากนัก อ่ะแล้วไอ้ไอ้เด็กกลุ่มที่ไม่มีประสบการ มันต้องทำราคาต่ำลงไปอีกขนาดไหนอ่ะเพื่อ ให้ได้งานอเพราะในเมื่อถ้าทุกคนบอกว่าโห พี่คนนี้เยังคิดราคานี้เลยอ่ะแล้วคุณไม่ มีประสบการณ์ถ้าเคุณเพิ่งเรียนจบมาอย่าง เงี้ยนัมันเป็นสิ่งที่เราเห็นจากการทำราย การจากการพูดคุยกับคนเยอะๆนะว่าว่าเรื่อง เงินเนี่ยคนที่เา้าไม่คิดแล้วเไม่พูดอ่ะ เขาก็จะไม่สนใจมันเลยแล้วมันก็จะทำให้ กลไกต่างๆมันค่อนข้างผิดปกติถ้าเราเทียบ กับว่าถ้าถ้าเป็นคนอายุเท่าแบบพวกเรานะทำ งานมาแบบเป็น 10 ปี 20 ปีอย่างเรา 30 ปี อย่างเงี้ยถ้าเราอย่างทำคิดว่าเรายังได้ ค่าออกแบบเท่าน้องๆอยู่อ่ะอืแต่ถ้าเทียบ กับเราไปทำงานบริษัทเนาะแก่ขนาดเนี้ยเงิน เดือนมันต้องเท่าไหร่แล้วอ่ะเราไม่สามารถ จะคิดเงินเดือนเราเท่าน้องๆแน่นอนว่าเรา จะอยู่ยังไงอะไรอย่างเงี้ยเออหรือน้องๆเ จะโตขึ้นมาได้ยังไงอะไรอย่างเงี้ยมันมัน ก็จะไม่ค่อยสมเหตุสมผลนักเคือจผมผมกลับ คิดไปในเรื่องของการทำแบบสอบถามรอบหน้า ว่าเราจะสามารถเจาะเข้าไปในข้อมูลพวกนี้ ได้ยังไงบ้างเนาะแต่มันจะได้แบบเออแม่น ขึ้นเพราะว่าเดี๋ยวน้ำใายบอกว่าอันนี้คือ จำนวนปีใช่มยเดี๋ยวจะมีจำนวนปกให้เห็น ด้วยใช่มยใช่ๆก็ออเดี๋ยวขอเสริมตรงนี้นิด นึงค่ะคืออันเนี้ยจริงๆอ่ะพอเมื่อกี้ฟัง พี่สยามอ่ะนึกถึงว่าฟังก์ชันนึงของการดู อันเนี้ยมุมนึงก็คืออาจจะเห็นว่าอาจจะ เห็นความน่าเศร้านะแต่ว่าอีกมุมนึงคิดว่า แอบจะแอบอยาก empow นิดนึงนว่าถ้าใครที่ อยู่ในเลนสคือสมมุติถ้าใครนับจำนวนปีตัว

### [45:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=2700s) Segment 10 (45:00 - 50:00)

อยู่ในเลนสคือสมมุติถ้าใครนับจำนวนปีตัว เองแล้วอ่ะแล้วเราตกอยู่ในเลนส์เนี้ยเรา ไปดู Maximum ของคนที่อยู่ในเลนเนี้ยเอา ไว้เป็นไอเดียว่ามันมีคนที่ทำจำนวนปี ประมาณเราแล้วมันไปได้ถึงราคานั้นเพราะ แสดงว่าเราอาจจะสามารถเรียกราคานั้นได้อื เพราะว่าจริงๆการเรียกราคามันดูเป็นเชิง จิตวิทยาว่าเรามีความกล้าขนาดไหนด้วยนิด นึงถูกมคะคือถ้าเราแบบอถ้าเราไม่มีอะไรจะ เสียเราไม่ได้อยากทำงานนี้ขนาดนั้นเราก็ กล้าเรียกถ้าเรารู้สึกว่าเราต้องการทำงาน นี้เราก็จะกล้าเรียกน้อยลงอะไรอย่าเงี้ย มันก็เลยเป็นความแบบมันก็เลยมีโอกาสที่ ถ้าทำงานมาเยอะก็จริงแต่เรายังรู้สึกว่า อินซีเคียวอ่ะมันก็จะไม่กล้าเรียกแพงมัน ก็เลยจะทำให้ประสบการณ์อ่ะแทบจะไม่ได้มี ผลต่อหอกราคาในขณะที่ถ้าเกิดเป็นคนอายุ น้อยอ่ะแต่ว่าช่วงนั้นงานเยอะมากแล้วแล้ว แบบไม่ได้อยากทำขนาดนั้นมีคนมากล้าเรียก อ่ะกล้าเรียกคนกล้าให้อย่างเงี้ยมันก็ได้ ราคาสูงก็เลยก็เลยคิดว่าถ้าดูอวันนี้ เสร็จอ่ะเอ่อดูในเชิงภาพรวมอาจจะอาจจะ สรุปยากแต่ดูในเชิงแมมินก็ได้ว่าแบบแมก มันไปได้ถึงไหนแล้วก็มินมันอยู่ที่ประมาณ ไหนอะไรเงี้ยค่ะอืแล้วก็อาจจะเห็นว่าอัน เงยจริงๆอ่ะใน 1 คนด้วยกันเองอ่ะเรสราคา บางคนก็กว้างมากคือรับตั้งแต่ราคาต่ำต่ำ หมืจนถึงราคา 30,000 คือคือมันก็จะแบบมัน ดูเป็นของที่มีความแบบ subjective ประมาณ นึงเหมือนกันพอถึงพอถึงเรื่องคิดราคาแล้ว อ่ะคนที่ที่เนี่ยคนคนแรกสุดเลย 30,000 เงี้ยก็ก็รับ 8,000 ในกรณีไหนก็ไม่รู้อาจ จะมีคิอะไรของเขาที่ที่เขาตกลงกันไว้แต่ ว่ามันก็เห็นประมาณนั้นอยู่อว้าวคุณผู้ชม ท่านไหนนะครับที่เรียนมาในเชิงแบบพวก สถิติวิจัยหรืออะไรต่างๆเนี่ยมีคำแนะนำใน การขอความรู้สร้างแบบสอบถามนะครับช่วย กรุณาแนะนำมาด้วยนะครับเพราะว่าผมคิดว่า เออมันเพราะว่าพวกเราทุกคนตัเป็นนักออก แบบเนาะแล้วก็น้ำใสเนี่ยก็พยายามคนเดียว ที่ละเอียดรอบคอบมากๆแล้วด้วย anal เออ ที่ที่ละเอียดรอบคอบมากๆแล้วที่พยายามจะ แบบดคหรืออะไรต่างๆว่าแบบข้อมูลมันแล้วก็ ในการดีไซน์แบบสอบถามเนี่ยผมว่าก็คือสุด ขีดแล้วอ่ะแต่มันก็ยังมีข้อจำกัดอีกหลายๆ อย่างเนาะก็อาจจะขอคำแนะนำนะครับคนที่ 53 เนี่ยน่าสนใจมากเลยอ่ะที่เขาออกแบบต่ำ กว่า 1000 เนี่ย 20 ปีอ่ะต่ำกว่าหมือ่ะ อือต่ำกว่าเออต่ำกว่า 10,000 ต่ำกว่าหมื ใช่ๆๆประมาณประมาณ 5,000 5,000 อ่ะเนี่ย 20 ปีอ่ะแล้วเาแบบเป็นคนที่ 53 ประหลาดมากแจ๋วเลยก็อาจจะออกแบบเดือนนึง ได้แบบ 340 ปกอะไรเงี้นะวันละปกอะไรเงี้ย ก็อาจจะอยู่ได้ก็เป็นไปได้นะถ้าถ้าเดาก็ อาจจะว่าคนเนี้ยคือไม่ได้ทำงานนี้ทำงาน นี้เป็นงานอดิเรกก็คือรับงานอื่นไปแล้วก็ อัอันนี้ทำทำเล่นๆอะไรเงี้ยอาก็อาจจะมี เคสแบบนั้นก็ได้เออเรามีเราว่ามันวงการ หนังสือในความคิดเรามันมีความแบบแบบนี้ อยู่เพราะว่าเหมือนอย่างนึกถึงตอนเราเด็ก ๆเนาะพวกศิลปินดังที่เขาเป็นนักวาดภาพ ประกอบอ่ะครับอพวกพี่จิตสิงห์พี่ศักดิ วุฒิอะไรต่างๆอ่ะอเคทำภาพกรอบรูปละ 1,500 เองอถ้าเราจำได้จำไม่ผิดนะแต่งานวิร์เป็น ของเขานะคือเขาให้รูปไปใช้แล้วพอตอนจบ หรือปลายปีอาจจะมีการแสดงผลงานรวมนักวาด ภาพประกอบของแมกาซีนนั้นอะไรอย่างเงี้ย แล้วก็อาจจะมีการขายงานหรือมีการประมูล งานเงี้ยก็จะเป็นรายได้เป็นกอบเป็นกรแต่ ว่าหมายถึง มันไม่ใช่ตรงไปตรงมาแบบที่มันเป็นมันควร จะเป็นเหมือนต่างประเทศเนาะที่แบบค่าวาด ภาคประกอบมันจะเป็นราคาค่าวาดภาคประกอบ ที่มันเอาไปใช้เพื่อโจทย์นั้นโจทย์นี้ หรืออะไรอย่างงั้นนะครับเออือก็มันคงมี หลายๆเรื่องเดีวแสำรวจรอบหน้าเราจะลงราย ละเอียดถึงดีเทลมากขึ้นถามเลยว่าภาพ ประกอบเท่าไหร่เออๆๆอีกอย่างมันอาจจะเป็น ระยะเวลาที่ทำด้วยคน 5,000 อาจจะแบบ กระชากวันเดียวเสร็จก็เป็นไปได้คุยเนก็ เป็นไปได้ไม่แต่ว่าอันนี้เราออกชื่อออก ชื่อพี่เ้าไม่ได้แต่เราเคยได้ยินว่ามีนัก ออกแบบบางท่านแกแกเก่งมากนะแต่ทำแบบเดือน นึงอาจจะแบบ 50 60 โปกเลยอะไรอย่างเงี้ย แบบเยอะขนาดนั้นเพราะมันมีหนังสือหลายแนว ที่มันต้องออกเยอะใช่มั้ยครับแล้วเหมือน เขาเหมาอ่ะแล้วเขก็อยู่อย่างเงี้ยมาเป็น 10 20 ปีะแล้วก็ยังผลิตแบบเค้าเรียก อะไรนะปกหนังสือแนวเนี้ยเออออกมาตลอดก็ อาจจะเป็นไปได้ว่ามันมันมันเน้นปริมาณก็ ได้นะแต่ละคนมันมีวิธีทำงานมีสภาพตลาดไม่ เหมือนกันอือครับอะไรแบบนั้นอืน่าสนใจเ้า เดี๋ยวเราเก็บไปเป็นเป็นไอ้นี่ อ่าเป็นข้อมูลเบื้องต้นเอาไปปรับปรุงโห คุณผู้ชมเราเงียบเลยไม่มีใครมาถามอะไรเลย เว้ยมันดูเหมือนเรียนไงตอนนี้เราดูเหมือน กังเหมือนบรรยายเลี้งบรรยายอาจารย์น้ำใส เดี๋ยวสไลด์ต่อไปต่อเลยครับต่อเลยครับ อาจารย์ ก็อันนี้ก็ก็เมื่อกี้ที่เกิดไว้อ่ะค่ะ

### [50:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=3000s) Segment 11 (50:00 - 55:00)

ก็อันนี้ก็ก็เมื่อกี้ที่เกิดไว้อ่ะค่ะ เพราะว่ามันก็อันนี้ลองลองเอาเปลี่ยนมา เป็นจำนวนปกบ้างแหละอืก็ก็ยังเห็นความ เหวี่ยงอยู่ดีว่าแบบอ่ะคนคนทำคนทำเป็น เกิน 50 เล่มอ่ะแล้วคิดราคาอยู่ประมาณ 8,000 ก็มีซึ่งซึ่งจริงๆอาจจะคล้ายๆกับ เมื่อกี้ที่พี่โยบอกคือเน้นทำจำนวนเยอะ แล้วก็อแล้วก็แบบไม่แพงแต่แต่ทำเยอะๆก็ อยู่ได้อะไรอย่างเงี้ยอือกับคนทำน้อยๆที่ ได้เงินเยอะอะไรเงี้ยก็อืก็ก็ก็เน้นเน้น เรียกแบบเน้นเรียกแบบฝันๆไปเลยแล้วก็ถ้า เค้ารับก็รับอะไรอย่างงี้รือเปล่าอันนี้ ก็คือเดาอื จริงก็ประันนี้จะใครคุณผู้ชมเราฝั่งคนไหน มีเป็นฝั่งสำนักพิมพ์อยากจะแชร์ปัญหาของ ฝั่งตัวเองนี่ก็ยินดีนะครับอันนี้เราก็ อาจจะพูดถึงได้แค่ด้านเดียวคือด้านนักออก แบบแล้วเรากลัวว่าจะมองว่าทางเราเป็นคนละ ฝั่งกันแต่จริงๆเราแค่คุยกันแหละว่าเรา เป็นเพื่อนร่วมงานกันยังไงเราก็ต้องทำงาน ด้วยกันต่อเนื่องอ่ะเนาะ อเสริมได้ครับเสริมิสยามคือว่าจริงๆแนว ทางทั้งหมดเอ่อน่า จะน่าจะทำให้เรา estimate อะไรหลายๆอย่าง ได้ดีขึ้นรวมถึงเอ่อเค้าเรียกอะไรนะโครง สร้างราคาของหนังสือ 1 อันซึ่งแน่นอนมัน มีทั้งส่วนของการพิมพ์ใช่มั้ยชนอ๋อมีคำ ถามพี่สยามอ่าอ่าถ้าไม่มีราคากลางเราจะมี วิธีไหนบ้างที่จะสร้างให้เกิดราคากลางใน แบบ อ๋อก็อันนี้ในมุมเรานะเราก็ไม่ได้เกี่ยว เราก็ไม่ได้ทำหนังสือมาโดยตรงอะไรขนาด นั้นน่ะครับแต่เราอ่ะเผอิญว่าเราสนใจ เรื่องพวกนี้อนะครับแล้วเราก็เลยไปดู ของ handbook pricing and ethical guidelines นะครับของ gic Artist and designer กินะครับที่อเมริกาเพิมพ์ หนังสือออกมาเป็น Edition 16 Edition เลยนี่ที่ผมมีอยู่ในมือแต่เผอิญตอนนี้ อยู่ที่ออฟฟิศเนี่ยเป็น Edition ของปี 2 ปีที่แล้วนะครับเขาก็จะมีราคาแนะนำสำหรับ นักออกแบบทั่วอเมริกาเลยแล้วก็จะมีแบ่ง ตามรัฐด้วยเพราะว่าแต่ละรัฐมีค่าองชีพ สภาพเศรษฐกิจที่ไม่เหมือนกันเนี่ยบางที คุณเอาราคาของนิวยอร์กหรือ DC ไปใช้กับ รัฐที่มันเงียบเหงาชนบทเกษตรอะไรอย่าง เงี้ยมันก็อาจจะแบบไม่มีลูกค้าอะไรอย่าง เงี้ยเขก็จะแบบแบ่งแล้วก็จะมีแบ่งหลายๆ อย่างก็ลองดูพารทของการออกแบบหนังสือเนาะ เขาก็มีราคาแนะนำไว้มันเป็น Range กว้างๆ อนะครับอย่าง กรณีเาก็จะมีคิดว่าเงื่อนไขคือค่าทำงาน เรทต่อชั่วโมงเนี่ยของแต่ละคนเนี่ยอยู่ ที่ราวๆ 45 เหรียญถึง 100 บเหรียญนะครับ ต่อดีไซน์เนอร์ นะครับเสร็จแล้วเนี่ยเขาก็จะแบ่งว่าถ้า เป็นหนังสือปกแข็งสำหรับ mas market เนี่ยจะราคาวิ่งไปที่ 500 - 2,500 เหรียญซึ่งผมเดาว่าราคาพวกนี้ที่เขาแนะนำ อ่ะมันก็จะเป็นราคาที่เกิดจากการ เซอร์เวย์แหละว่าแต่ละคนแต่ละที่อยู่ใน สมาชิเป็นสมาชิกในกิวเนี้ยเค้าออกแบบกัน เป็นยังไงแต่ละรัฐแต่ละอะไรเป็นยังไงแล้ว เก็เห็นตัวเลข Range ออกมาแล้วเก็ทำราคา แนะนำออกมาหนังสือก็เลยออกมาเพื่อให้เป็น เป็นไกด์ไลน์สำหหรับคนที่อาจจะไม่มี ไอเดียเลยว่าแบบฉันจะชาร์จเท่าไหร่ดีอะไร อย่างเงี้ยอันนี้เค้าจะมีไกด์ไลน์ว่า mas market 500 - 2,500 เหรียญอ 100 เหรียญนี่ก็ประมาณ 17,000 กว่าบาทเนาะ ส่วนหนังสือเทรดเนี่ย 400 - 2,000 เหรียญบวก textbook 350 เหรียญถึง 1,500 เหรียญัง Adult นะครับ 350 เหรียญถึง 1000 เหรียญแล้วก็ S publish นะครับ 300 - 2,000 เหรียญนะครับอันนี้คือสำหรับ 1 Concept One initial Concept นะครับ ส่วนถ้าจะมี Concept เพิ่มขึ้นมาเนี่ยก็ จะบวกเพิ่มขึ้นอีก 200-500 เหรียญในกรณี ที่เป็น mas market นะครับแล้วก็ไล่ๆลง มานะครับจนถึงต่ำสุดเนี่ยเป็น s publish เนี่ยแต่ S publish นี่ผมแปลกใจ ราคาไอ้ตัวตั้งต้นเนี่ย minimum เนี่ยมัน ต่ำสุดนะคือ 300 เหรียญถ้าเทียบกับ 500 เหรียญของตัว Mass Market แต่ว่าไอ้ตัว Maximum เนี่ยไม่ค่อยต่าง กับอกับ mas market คือ Maximum เนี่ย ของ mas market 2,500 เหรียญแต่เป็น s publish เนี่ย 2,000 เหรียญอแล้วก็แล้ว ขนาดที่แบบว่าถ้าเป็น Concept ที่เป็น One additional Concept เนี่ยอันอื่น 200-500 เหรียญเนแต่ไอ้ Un S publish เนี่ยเป็น 100 เหรียญถึง 600 เหรียญอืคือ ตัว Maximum อ่ะมันแซง mas market เขไป อีกแสดงว่ามันมีคอะไรที่มันเป็นเรื่อง

### [55:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=3300s) Segment 12 (55:00 - 60:00)

อีกแสดงว่ามันมีคอะไรที่มันเป็นเรื่อง พิเศษว่าไอ้ S publish นี่ปกติคงไม่ไม่ น่าจะทำหลายเล่มหลาย Edition หรือเปล่า แต่พอถ้าจะทำหลายเล่มแสดงว่าลูกค้าอาจจะ แบบว่ามีมีกลุ่มคนอ่านประจำหรือยังไงอะไร อย่างเงี้ยก็เลยแบบว่าถ้าออกเป็นเซต 2 ชุด 2 เล่มหรืออะไรอย่างเงี้ยเคิดแพงตัว Max เออแล้วก็ตัวเล่มปกอ่อนก็จะย่อมลงมา นะครับก็จะเป็น Range คล้ายๆกันอะไรอย่าง เงี้ยแล้วก็จะมีว่าค่า cancellation เป็นยังไงอะไอย่าเงี้ยเก็ จะบอกว่าแบบถ้าเป็นช่วง Concept ยังไม่ เรียบร้อยเส Concept เนี่ยก็อาจจะเก็บ 2 20% - 50% ของราคาเต็มแล้วก็หลังจาก ที่จบ preliminary work เนี่ย 30 -75 per แล้วก็หลังจากที่งาน จบแล้วเนี่ยอาจะเก็บ 50 - 100% ของยอด นะครับผมว่าไอ้ราคากลางเนี่ยน่าจะเป็น เกิดจากการเวยแบบนี้ก็ได้เนาะแล้วเราก็โ แล้วก็อาจจะเป็นราคาแนะนำแล้วกันว่าคน ทั่วไปเทำกันแบบเนี้ยแล้วอยู่ที่เราอ่ะจะ เอาตัวเองไปอ้างอิงเนาะว่าเราเป็นผู้มี ประสบการณ์ไม่มีประสบการณ์หรือเราเป็นแบบ ระดับอ๋องแล้วของวงการนี้ทำมานานแล้วเรา จะอุยฉันไม่ไม่แมไม่เมีสตีมฉันจะต้องแพง กว่าพวกแกอะไรเงี้ยฉันจะชาร์จแพงกว่าผม ว่าก็เป็นสิทธิ์ของทุกคนส่วนสำพิก็คงก็ กำหนดงบเหมือนกันว่าเยินดีจะจ่ายเท่าไหร่ กับราคาขายกับยอดคิปของเอะไกต้นทุนของเขา ก็เป็นอซีรี่อ่ะเนาะตลาด อืหวังว่าจะช่วยนะครับจากไอ้หนังสือ นี้อ่ะเชิญอาจารย์จั๊กต่อดี กว่าโอเคก็จริงๆประเด็นเรื่องราคาน่าจะ ประมาณน่าจะหยุดๆอยู่ที่ประมาณหน้านี้ค่ะ อันต่อไปอจะเป็นเรื่องของเรื่องของบริบท รอบๆราคาแหละเช่นว่าแบบว่าอ่ะที่ราคามัน มาอย่างเงี้ยต้นทุนที่นับแบแต่ละคนคิดมัน คือเท่าไหร่บ้างอะไรอย่างเงี้ยค่ะอแต่แต่ จริงๆเมื่อกี้ที่พี่สยามบอกเรื่องเรื่อง ไไนเมื่อกี้รู้สึกว่าอันนั้นคือภาพฝันสุด ๆะของของงานแบบของของเเวนี้คิดว่าถ้าสุด ท้ายอ่ะมันได้ข้อมูลเยอะแล้วมันเยอะพอที่ เราจะมั่นใจแล้วพูดว่าอันเนี้ยคือคือ มาตรฐานของวงการน่ะก็อยากให้มันจะเป็นแบบ นั้นได้เพราะว่ามันจะดูเป็นอะไรที่มี ประโยชน์กับคนที่ต้องมาคิดราคามากอก็หวัง ว่าจะเป็นไปจถึงจุดจุดนั้นได้มีคุณเทอรี่ ครับเขียนมาถามคุณน้ำใสว่าราคาหนังสืออัน นี้ปัจจุบันเป็นไปในทางเดียวกับราคาตลาด ที่อังกฤษหรือเปล่าไม่ไม่ทราบราคาตลาดที่ อังกฤษ อะไรคืออันนี้มามาเรียนอ่ะเพิ่งมา 2 เดือนยังไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับวงการ นี้ค่ะหนังสือแพงมั้ยที่อังกฤษเออถ้าเค้า ชอบพูด กันรู้สึว่าเทียบกับไทยน่าจะถูกกว่านะเอ เนี่ยไม่รู้ถ้าถ้าเทียบค่าของชิคือจริงๆ อ่ะเพิ่งซื้อหนังสือไปเร่มเดียวราคาตอน นี้เหมือนราคาที่เห็นบ่อยๆคือ 10 ปอนด์ซึ่งก็คือประมาณ 400 กว่าบาทเป็นแบบ 10 ปอนด์นี่กินข้าวได้ป่ะ 10 ปอนด์เหรอ 10 กินข้าวได้ประมาณ 2 มื้อข้าวแบบไม่ แพงแต่ถ้าเกิดเป็นข้าวร้านอาหารก็ได้ได้ มื้อนึงเกือบมื้อนึงอะไรเงี้ยก็ประมาณ 200 กว่าบาทก็เอแแบบเทียบๆดูเหมือนไทยใช่มย 10 100 กว่าบาทแหละไม่ถึง 200 หรอกอืถ้า เทียบกับค่าของชีพค่าข้าวอ่ะนะอือๆเพรา ว่าค่าถูกข้าวถูกมันก็แบบสุดๆสุดก็ 50 บาทเนาะ ใช่โอเคครับน่าจะได้รอ่าเรากี้คุณอุ้มเค and Break Studio นะครับพี่ว่าเราจะ สามารถออกประกาศได้ไหมประมาณว่าขอให้ทราบ โดยทั่วกันต่อไปนี้การคิดราคาออกแบบผ หนังสือปกหน้าปกหลังสันปกจะคิดราคาอย่าง ต่ำที่ราคาทนี้บาทขอให้สำนักพิมพ์ทั่ว ประเทศรับทราบโดยทั่วกันังดูเป็นประกาศ คณะปฏิวัติอะไรอย่างเงี้ผมว่ามันคงประกาศ ได้แหละแต่เขาจะเชื่อหรือจะทำหรือเปล่า มันก็ไม่ไม่มีผลบังคับมั้งมันเราไม่ได้ เป็นเหมือนกับรัฐบาลออกไอ้ประกาศเรท มอเตอร์ไซค์รับจ้างอะไรอย่างเงี้ยนะใช่ มั้ยที่แบบว่าหรือค่าแท็กซี่อะไรอย่า เงี้ยอันนี้มาจากอันนี้จากผมว่าอาจจะพอ เป็นไม่ไม่ไม่ใช่อันนี้อาจจะพอได้ในแง่ ที่ว่าเดี๋ยวถ้าให้น้ำใสเล่าถึงต้นทุนน่ะ หรือว่าใช่มต่างๆปัจจัยของการออกแบบอาจจะ ช่วยได้เหมือนกันนะทำให้เห็นว่าเรามีต้น ทุนอะไรกันบ้างในในในแต่ละคนใช่มั้ยครับ เออขอืเนี่ยอาจจะอาจจะพอเป็นไปได้มั้ยอ่ะ ลองดูอาจารย์ต่อคิดว่าอาจจะไม่ได้แต่ว่า เดี๋ยวลองเดี๋ยวลองเดี๋ยวลองเล่าคือคือ อันเนี้ยจริงๆอ่ะในคำถามเซอร์เวย์ก็คือ เป็นคำถามปลายเปิดเลยให้เขาลองลิสมาว่า ต้นทุนในการนำมาคิดเวลาที่จริงๆไม่เชิง ว่าเป็นต้นทุนที่แท้จริงด้วยแต่ว่ามันคือ สิ่งที่เขาคิดเวลาที่เขาต้องออกแบบอ่ะค่ะ ว่ามันมาจากอะไรบ้างที่ทำให้เขาเลือกที่ จะเสนอราคาเท่านี้เลือกที่จะรับงานนี้ อะไรเงี้ยเอ่อทีเนี้ยไอ้อย่างที่บอกคำตอบ อ่ะมันมาเป็นคำตอบแบบแบบดิบๆใช่มั้ยอนิตา ก็เอามาสรุปเป็นกรุ๊ปอีกทีซึ่งอันนี้คือ

### [1:00:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=3600s) Segment 13 (60:00 - 65:00)

ก็เอามาสรุปเป็นกรุ๊ปอีกทีซึ่งอันนี้คือ จุดนึงที่อยากแก้มากในครั้งต่อไปก็คือว่า ครั้งต่อไปเนี่ยจะทำเป็นเป็นข้อสอบเอ้ย เป็นแบบให้ติ๊กเลือกเป็นปรนัยแล้วก็ให้ ให้เติมถ้าเกิดเขียนไม่ครบคือคือก็เลยคือ ข้อเสียของอันนี้ก็คือว่ามันต้องให้เขา คิดเองแล้วทีเนี้ยบางทีบางคนน่ะก็คิดสิ่ง นี้นี่แหละไอ้เรื่องขอบเขตรายละเอียดงาน ก็จะเห็นว่าอ่ะส่วนใหญ่อ่ะคนก็ตอบเรื่อง รายละเอียดงานใช่ป่ะคะคนที่ตอบว่าสไตล์ งานยากง่ายมั้ยอะไรอย่างเงี้ยอันนี้จับ อยู่ในกรุ๊ปเดียวกันจริงๆคิดว่าคนส่วน ใหญ่ก็ตอบอันนี้คนคนส่วนใหญ่ก็คิดเรื่อง อันนี้แหละแต่เพราะว่ามันเป็นข้อมันเป็น แบบไเปิดอ่ะคนก็อาจจะไม่ได้พิมพ์ทุกคน เพราะฉะนั้นน่ะคนที่ตอบจริงๆก็คือครึ่ง นึงของคนที่มาตอบเซอร์เวย์ทั้งที่ในความ เป็นจริงแล้วอ่ะเวลารับงานมันไม่มันมันก็ น่าจะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดอยู่แล้ว อะไรเงี้ยค่ะแต่ว่าเอาเป็นว่าฟังก์ชันของ หน้านี้เนี่ยคือคือให้เป็นไอเดียในอย่า อย่าดูที่ตัวเลขมากเพราะตัวเลขอาจจะไม่ ได้สะท้อนความเป็นจริงแต่ให้ดูที่ ที่ที่แบบที่ลิ ที่ที่ไอเทมว่าแบบเราสามารถคิดเรื่องอะไร ได้บ้างเช่นโอเคถ้าโดยพื้นฐานเนี่ยก็คือ เรื่องขอบเขตรายละเอียดงานว่ามันงานมัน ยากมันง่ายแค่ไหนสไตล์งานที่เขาอยากได้ บางทีบางสีอาจจะบีฟมาอยู่แล้วอยากได้สไตล นี้มันทำยากไมันถ้าเราถ้าทำไม่ได้เราต้อง ไปจ้างเพิ่มมันก็ต้องมันก็ต้องเป็นค่าใช้ จ่ายเพิ่มอะไรอย่างี้ใช่ป่ะคะเออหรือว่า แม้กระทั่งว่าแบบเอาไปใช้ต่อยใช้แค่ปก แล้วจบหรือเอาไปทำอะไรต่อซึ่งไอ้เรื่อง ของการเอาไปใช้ต่อเดี๋ยวก็จะมีมีในพาร์ ต่อๆไปแล้วก็มันจะมีประเด็นเรื่องแบบความ เร่งของงานอีกซึ่งบางคนก็อาจจะเอาความ เร่งเนี้ยมาเป็นส่วนหนึ่งของการบวกราคา แต่บางคนก็อาจจะไม่ได้ทำคือเหมือนกับว่า บางทีเร่งมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียคือเร่ง คืองานจบเร็วไม่แก้จบก็โอเคสบายแต่ว่าถ้า เกิดบางแต่บางทีเร่งก็คือทำให้เราต้องแบบ อัดๆดงานแล้วก็แล้วก็เหนื่อยขึ้นแต่เราก็ มีอำนาจปฏิเสธงานอื่นทำงานเาอะไรแบบเนี้ย อือๆก็ก็อันนี้ก็เป็นส่วนที่ให้เป็น ไอเดียได้ว่าถ้าคนจะแบบต่อไปถ้าจะคิดงาน น่ะอย่าอย่าคิดแค่ว่ามันยากหรือง่ายแต่ ให้คิดเรื่องอื่นๆด้วยเช่นอ่าก็มีคนที่ ตอบเรื่องบริบทของคนมาจ้างเนาอันนี้คือ เป็นคำที่ดักเอามาสรุปแต่จริงๆเก็คือเา ประมาณว่าแบบเอออาจจะเป็นแบบก็เราชอบ สำนักพิมพ์นี้อยู่แล้วเมาจ้างเราเราก็มี โอกาสที่เราจะรับแล้วพอเราชอบเนี่ยจริงๆ มันก็เป็นทั้งข้อดีข้อเสียคือเราก็อาจจะ อยากทำงานมากเราก็ไม่กล้าคิดแพงหรือว่า หรือว่าเราเรารู้พอเรารู้ว่าสังทิมเนี้ย เป็นสังทิมดังมีตังค์จ่ายแน่นอนแล้วก็กล คิดแพงอะไรเงี้ยคือการรู้บริบทสทิมมันก็ มีผลต่อราคาอะไรเงี้หรือว่าแม้กระทั่งแบบ ความน่าสนใจเนื้อหาเออมันเป็นหนังสือที่ เราชอบอยากอ่านอยากเป็นคนทำปกอะไรเงี้ย คือมันก็จะมีเรื่อง subjective แบบเนี้ย ที่คิดว่ามันทำให้วงการเนี้ยการคิดราคา มันอาจจะ subjective ตรงนี้ตรงที่ว่าเรา อยากเรามีอนอที่เราอยากจะทำ Content แบบ นี้เราก็เลยแบบไม่เราก็เลยไม่อยากคิดตรง นี้แพงมากหรือว่าอะไรออแล้วก็มีเรื่องแบบ ประสบการณ์เนาะมีเรื่องค่าของชีแต่อันนี้ คนตอบไม่ได้เยอะมากแล้วก็อือเอ่อมีเรื่อง ว่าแบบดูลูกค้าคนนี้จะมีปัญหามอันนี้เดา ว่าไม่รู้อาจจะเป็นเรื่องหน่วยงานรัฐหรือ เปล่าคือหน่วยงานรัฐเงี้ยถ้าคนจะรับงาน อ่ะหรือรู้ว่าคนนี้จะเยอะหรือรู้ว่าองค์ กรนี้มันเป็นองค์กรที่มีการตรวจงานหลาย ชั้นคือไม่ได้แบบว่าตรวจคนนี้แล้วจบเลย แต่ว่าเดี๋ยวต้องผ่านฝ่าย marketting เดี๋ยวต้องผ่านฝ่ายบริหารเอาหารมนุษย์ทอง คำอืใช่ก็เลยอาจจะจะคิดราคามันก็ต้องบวก เรื่องนั้นเข้าไปอะไรอย่าเงี้ยหรือว่าเรท ตลาดแต่เนื่องจากเราไม่มีมีเรทตลาดก็เลย คิดว่าคนอาจจะไม่ได้คอนเซิร์นเรื่องนี้ มากเพราะว่าเรายังไม่ได้มีมี 1 คนเองอ่ะ ที่จะตอบเรื่องนี้นะอือแล้วก็ที่เหลือ เนี่ยก็จะมีคนที่บอกว่าแบบเหมือนไม่ได้ เป็นคนเสนอมาก็คือคนคนมาจ้างก็คือบอกมา อยู่แล้วตั้งแต่แรกว่ามีงบเท่านี้จะทำ หรือไม่ทำอะไรเงี้ยเพราะฉะนั้นในเคสนี้ก็ ไม่ต้องคิดอะไรก็คือคิดแค่ว่าเราจะรับมทำ ค่ะประมาณนั้นเออส่วนใหญ่เราว่าของเราที่ เราเจอมาผู้ว่าจ้างเป็นผู้สคคือเค้าบอกงบ มาเราจะเห็นเยอะดังนั้นเนี่ยก็อยู่ที่ว่า แต่ละคนยอมรับมันมยแต่ท้ายสุดอ่ะเราต้อง มองแบบนี้นะว่าทุก transaction ที่มัน เกิดการซื้อขายอ่ะเราต้อง consider ว่า มันแฟรนะถูกั้ครับอเพราะถ้ามันไม่แฟร์คุณ ก็ไม่รับดิถูกมั้ยคือดังนั้นเนี่ยมันก็ ต้องเป็นการยินยอมกันแหละทั้งผู้ซื้อผู้ ขายเนาะที่ผ่านมาไม่ว่าจะยังไงที่แบบเรา อาจจะบ่นว่ามันน้อยมันอะไรต่างๆมันเป็น เพราะว่าเรายอมเรายอมรับเงื่อนไขทเออ เพียงแต่ว่าตอนนี้มันอเขาอาจาฝั่งผู้จ้าง เองก็อาจจะรู้สึกว่ามันก็โอเคนิไม่เห็น เห็นมีใครว่าอะไรเลยก็ก็เลยเป็นหลังคานี้ ก็เป็นไปได้ใช่มยเพราะว่าไม่ไม่ได้เข้าใจ เงื่อนไขที่ที่แต่ละคนประสบปัญหากันอัน นี้ก็ถือว่ามาคุยกันละกันครับ อือ่ะต่อ ครับแต่ไม่มีใครพูดเรื่องซอฟต์แวร์เรื่อง ต้นทุนจริงๆนะถ้าโทรศัพท์เรื่องเวลาอ๋อมี ยังไม่จบอันนี้คือมีต้นทุนอะไรบ้างใช่ก็ ก็อย่างอันนี้เนี่ยจริงๆไเหมือนปัญหาาที่ แล้วคือไม่ได้ไม่ได้เป็นช้อยส์ให้เขาติ๊ก เพราะฉะนั้นน่ะจริงๆค่าอ่ะเชื่อว่าถ้ามี ช้ติ๊กอ่ะ 100% น่าจะติ๊กเพราะว่าถ้ามัน ไม่มีโปรแกรมมันไม่น่าจะมันไม่น่าจะทำได้

### [1:05:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=3900s) Segment 14 (65:00 - 70:00)

ไม่มีโปรแกรมมันไม่น่าจะมันไม่น่าจะทำได้ โปรแกรมกับอุปกรณ์คิดว่ามันน่าจะเป็นของ ที่แบบพื้นฐานใช่ป่ะคะแล้วก็เอ่อมันก็ อย่างค่าที่มันค่าไฟฟ้าอย่าเงี้ยคือคนใช้ คอมทุกคนก็คงใช้แต่ว่าเวลาที่คิดราคาอาจ จะไม่ได้มีสิ่งนี้มาบวกอยู่เอาจริงส่วน ตัวจก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องค่าไฟคือไม่ได้ เอามาบวกเวลาคิดถึงต้นทุนน่ะก็นึกถึงแค่ ว่าอุปกรณ์อะไรเงี้ยเอออันนี้ก็เป็นสิ่ง ที่อาจจะเป็นแบบเป็นไอเดียคือเห็นแล้วก็ เป็นไอเดียว่าเอจริงๆก็ต้องรวมค่าพวกนี้ ด้วยอะไรเงี้ยหรือว่าอย่างค่าที่มันเชเ หน้าร้อนเปิดแอร์สมมุติหน้าร้อนเปิดแอร์ อันนี้แบบออกแบบหน้าร้อนก็จะมีค่าไฟเพิ่ม เล่นแต่มันจำเป็นจริงๆนะคอมพิวเตอร์ไงมัน ต้องมีใช่มมีมีหลายสิ่งหลายอย่างอืออ่ะ เพราะถ้าเกิดคิดเป็นแบบทำบริษัทเงี้ย บริษัทก็จะก็จะมีค่าพวกนี้ให้อยู่แล้วค่า คอมค่าเสื่อมคอมอะไรเงี้ยแต่พอมันเป็นงาน แบบงานรับฟรีแลนซ์บางทีก็จะลืมคิดออะไร แบบนี้ไปใช่ป่ะคะแล้วบางคนก็คิดว่าไม่มี ด้วยเพราะว่าแม่จ่ายพ่อจ่ายอะไรอยู่บ้าน ก็เลยแบบว่ายิ่งทำให้ต้นทุนมันยิ่งเพี้ยน ไปกันหนักอีก อืค่า font น่ะน่าสนใจ อืแต่ว่ามันเป็นของอย่างค่าอย่างค่า font ค่าภาพสต๊อกอะไรอย่าเงี้ยอันนี้ถามว่ามัน มันดูเป็นของที่ขึ้นอยู่กับงานด้วยถูก มั้ยคะคืออาจจะไม่ใช่ไม่ใช่ของที่ฟิกมาใน ทุกๆใบเสนอราคาคือมันมันตามมาหลังจากที่ เราได้รู้สโคปงานแล้วอะไรอย่างงี้ถูกมย ครับอืถูกแต่อย่างในกรณีออฟิศอ่ะครับผม ลองเพอย่างเราออฟฟิศอ่ะเราต้องซื้อ font เนาะเราก็เลยต้องคิดว่าทุกงานน่ะเราใช้ font ที่เราซื้อเนี่ยมันเหมือนกับว่ามัน ต้องต้องกระจายต้นทุนอะไรพวกเนี้ยไปอยู่ ในมันไม่ใช่ว่าแบบเฉพาะโปรเจคนี้เราจะ ซื้อ font มาเพื่อทำงานนี้เป็นครั้งๆอ่ะอ เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วในฐานะนออกแบบเรา ก็ต้องมีฟจำนวนหนึ่งที่ถูกต้องเพื่อเอามา ใช้ให้ลูกอียว่ามันสเหสผลชตู้มในโรจเดียว มันก็คือไม่ได้อยู่แล้วไงอแต่ท้ายสุดแล้ว มันค่านี้แลกเปลี่ยนแล้วกันว่าทำไมครับ อันนี้แลกเปลี่ยนแล้วกันในแง่นึงเช่นเรา ไม่ได้ทำหนังสือแปรแต่เป็นหนังสือภาษาไทย ทั้งหมดแต่ font ที่มีอยู่ที่ที่ที่อยู่ ในที่เรามีนะครับรวมถึงฟี font ต่างๆมัน ไม่ได้ตอบโจทย์หรือว่าไม่ได้สะท้อนบาง อย่างเขาต้องการอะไรที่มันพิเศษหรือว่า มันเก่ากว่าเราอาจจะเสนอเนอไปก็ได้ว่าอ เพราะว่าคุณไม่อยากให้ใช้เอ่อภาษาอังกฤษ เลยอยากให้เป็นฟภาษาไทยแบบเด่นก็อาจจะ ต้องมีการเสนอว่าอ้าก็แก้ปัญหาถ้าไม่ Ring ก็ต้องต้องต้องต้องเช่าซื้อ font เอามา ใช้อะไรอย่างเงี้ยคิดว่ามันมันก็คือต้น ทุนนะในการออกแบบด้วยใชยังไงก็ต้องใส่ใช่ ฮแว่าหลายคนก็หลงลืมอืใหรือแม้แต่แค่เรา ไปเลือก font อ่ะมันก็เสียเวลาเรานะมัน มันก็คือพวกค่าสตอ่ะบางทีเราไปคิดแต่ค่า เช่าอ่ะแต่กว่าจะมีรูปแให้ลูกค้าเเลือก อ่ะมันไม่ใช่ว่าทุกคนจะมาเลือกได้ดูรูป เป็นหมื่นรูปอ่ะเออมันมันก็หวดอ่ะพวกนี้ เป็นต้นทุนหมดครับอ้าเชคือคือเหมือนแปล ว่าแม้แม้กระทั่งว่าสมมุติถ้าเกิดลูกลูก ค้าบอกว่าอ้าวอันนี้คุณไม่ได้เป็นคนออก แบบฟเองิคุณแค่ไปซื้อมาแล้วเราจ่ายค่า ซื้อหรือคุณไม่ได้วาดรูปนี้ขึ้นมาเองคุณ คุณแค่ไปเลือกมาจริงๆแล้วค่าเลือกอ่ะมัน ก็ควรจะอยู่ในราคาถูกมคะมันไม่มันการ เลือกมันก็คือสกิลนึงที่ที่มันก็ต้องเป็น เราทำมันไม่ใช่ว่าอยู่ๆจะแบบ Random อะไร มาก็ได้อะไรงี้ อืถูกๆใช่เลยอ่าต่อ ครับอาจารย์จั๊กอาจารย์จั๊กให้ช่วยมั้ย ถ้าให้แค่อ่านตามหัวข้อต่อต่อไปได้เลยค่ะ อออันนี้ก็คือค่าอื่นๆก็เป็นเอาไปอ่านดู เนาะไม่ไม่ไม่ได้มีรายละเอียดที่จะต้อง ขยายความอะไรครับ [เพลง] อือันต่อไปก็เป็นเรื่องการทำสัญญาค่ะซึ่ง ก็เป็นทอิสากลก็ก็อันนี้ก็มีการถามว่า ทำไมก็จะเห็นอันนี้ก็จะเห็นเลยว่าครึ่ง นึงก็คือทำบ้างไม่ทำบ้างอันนี้ก็มอบตัว อยู่ในแก๊งนี้เหมือนกันอยู่ในแกงทำบ้าง ไม่ทำ บ้างอไม่ได้มีคือคือส่วนใหญ่คิดว่าการทำ อันนี้เดาเองนะว่าการทำอ่ะมันก็คือทำกับ ลูกขาใหม่อคนใหม่ๆแต่พอบางทีทำกับสทีนี้ มาประมาณ 10 รอบและมันไม่มีเหตุผลมันแบบ มันไม่รู้จะคุยกันอะไรแล้วก็ก็ไม่ทำอะไร เงี้ยค่ะครับหรือหรือหรือคนอื่นท่านอื่น มีใรจะแชร์มั้ยคะว่า แบบผมก็ทำบ้างไม่ทำบ้างเหมือนกันแต่แต่ แต่แต่เจ้าแรกที่เข้ามาอยากจะทำหมายถึง ว่าก็จะคุยกับเูค้าใหม่ใช่มั้ยใช่ๆพี่พๆ พี่อย่างงี้พี่เสนอแนบไปกับใบเสนอราคา ครับ อยู่ข้างหลังเวลาทำเสร็จไม่ต้องแก้อะไร มากก็ใช้เป็น Format เขาก็ไ 2 ใบไนใบเสนอ

### [1:10:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=4200s) Segment 15 (70:00 - 75:00)

ราคาใบนึงแล้วก็เซ็นสัญญาข้างหลังเขก็ อ่านสัญญาก็อย่ายาวมากเอาสัก 1 หน้าเพราะ ฉะนั้นก็ก็ทุกครั้งที่เราส่งไปเสนอราคาไป เาก็ทำสัญญากับเราถูกมยมันก็แนบกันไปได้ อ่ะเออมันมันพี่ค่ะอันเนี้ยอันนี้พี่โย แยกกันระหว่างไปคือหมายถึงว่ามันมี 2 ไป เลยอค่ะคือมันจะมีโชที่เขียนลิมาใช่่มย แล้วมีราคาใช่แล้วใบสัญญานี่คือเขียน เขียนก็คือเป็นเป็นก็คือแนบไปก็คือเหมือน กับใบสัญญาที่ที่เป็นเงื่อนไขนะครับอยู่ ข้างหลังทำเพิ่มไปอันนี้คือคือจะให้ให้สา ภาพเรานี่แหละช่วยกันทำไ้ใบเล็กๆเ่จะคุย กันต่อเนาเงื่อนไขอืเราก็จะคุยกันต่อก็ คือมันก็จะได้แบบอ่านให้ทั่วถึงกันว่า เพราะว่าบางอย่างบางทีอันนี้แบบบอกตรงๆ ลูกค้าไม่รู้นะว่าเช่าภาพอ่ะแม้แต่เช่าโ สตอกอ่ะอายุมันก็มีนะที่เราเช่ามาให้เค ครับบนบนปกอ่ะมันก็ใช้ได้แบบเหมือนกับ ระยะเวลาจำกัดด้วยเหมือนกันมันมีบางอย่าง ที่คิดว่าจริงๆเออถ้าเราคิดกันให้ทะลุกุ โป่งเนี่ยมันก็มันก็ช่วยทั้งลูกค้าช่วย ทั้งเราด้วยทั้ง 2 ทางแต่อันนี้เราค่อยไป พัฒนาต่อเฟส 2 อืแต่ไม่ก็สให้เห็นแหละว่า เราไม่ใช่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแเรื่องการทำ อะไรแบบเนี้ยเออใก็ยังเป็น 51% เหมือนกัน ครับอืแสดงว่าเป้าหมายเฟส 2 เนี่ยก็คือ อยากจะให้ 50 7% เงี้ยขยัดไปอยู่บนทำทุก ครั้งอะไรมหรือไม่ก็อย่างก้อนล่างก้อนไม่ เคยทำเนี่ยควรจะขยับขึ้นไปในทำในการทำ บ้างใช่ใช่ครับ เนาะก็ติดต่อ 16 คนนี้เพราะว่าไอ้ไอ้ใช่ๆ คือใบเสนอราคาแล้วมันมี ter แอนคิอ่ะ เงื่อนไขอ่ะมันก็คือเป็นสัญญาณในตัวมัน เองอยู่แล้วล่ะเพื่อให้รู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้อสำหรับลูกค้าแล้วก็สำหรับ เราอะไรอย่าเงี้ยเงี้ยในกรณีที่แบบว่างาน ที่เอาไปเสามารถเอาไปใช้ที่เราออกแบบให้เ ใช่มอ่าเอาไปใช้ทำอย่างอื่นได้มั้ยหรือไป ใช้ในเว็บในอะไรต่างๆซึ่งบางครั้งอ่ะ อย่างที่โยบอกอ่ะสต๊อกโบางทีมันไม่ควอร์ สื่ออื่นสมมุติถ้าเราขอเฉพาะทำปกเช่ารูป มาทำปกเนี่ยถ้าเอาไปใช้ออนไลน์เเยจะโดนอ เยจะโดนฟ้องเออหรือแล้วก็แพงด้วยถ้าเกิด ไปอยู่ในเว็บอะไรอย่างเงี้ยมันก็เป็นทำ การป้องกันลูกค้าด้วยป้องกันเราด้วยซึ่ง ไม่งั้นเดี๋ยวเยทะเลาะกันเปล่าๆเพราะว่า เอาจริงๆอ่ะเราเคยมีปัญหาเรื่องพวกนี้มา ตลอดแหละอืมาตลอดไม่ใช่หมายความว่ามีบ่อย ๆนะแต่หมายคามว่าเคยมีมาแล้วก็เคมีบ้าง เคยแล้วก็อ่าแล้วก็เวลาไปคุยกับลูกค้ามัน จะคุยยากเพราะว่าสมมุติถ้าเราปรึกษาทนาย อ่ะทนายก็จะบอกว่าเอาจริงๆนะถ้าไม่ได้ เขียนระบุละเอียดไว้เลยอ่ะลูกค้าจะคิดว่า เ้าจ้างเราทำของอแล้วของที่จะส่งให้อ่ะ มันคือของเคเจะทำอะไรก็ได้นึกออกมั้ยฮะ เพราะมันอยู่ภาย ใต้ mind เนี้ยเพราะมันเป็นของเอ่ะแล้ว เขาจะทำอะไรก็ได้เนี่ยมันก็ไม่ผิดไงที่ เขาจะเอาไปทำของขายจะเอาไปใช้ในงานอื่นๆ จะเอาไปสมมุติพิมพ์ปกหนังสือเสร็จแล้วเจะ ไปพิมพ์ปกสมุดเจะเอาไปอะไรอีกสารพัดอย่าง ทำกงทำเกมอะไรอย่างเงี้ยมันก็ได้หมดแต่ สมมุติว่าถ้ามันถูกเขียนไว้แล้วว่างาน เหล่าเนี้ย Asset เหล่านี้รูปภาพอะไรต่าง ๆเหล่าเนี้ยมันถูกทำเพื่อใช้ในงานนี้โดย เฉพาะเท่านั้นแต่ถ้าเกิดว่าจะใช้ในงาน อื่นอจะต้องคุยหรือต้องมีรายละเอียดมีค่า ใช้จ่ายหรืออะไรก็แล้วแต่หรือต้องมาขอ อนุญาตเราก่อนทุกครั้งอะไรอย่างเงี้ยเอ เพราะว่าถ้าเกิดความเสียหายเกิดขึ้นเนี่ย เราจะไม่รับผิดชอบหรืออะไรใดๆก็แล้วแต่ เนี่ยเราว่ามันอย่างน้อยเราก็ปลอดภัยอ่ะ เออหรือแม้แต่ว่าถ้าเกิดเขาทำอะไรในสิ่ง ที่เรารู้สึกไม่สบายใจหมายถึงฝั่งลูกค้า เนาะซึ่งเขาอาจจะไม่รู้แต่เราอ่ะจะได้พูด คุยหรือเราอาจจะได้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ จากการที่เขาเอาไปใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง แล้วเราก็จะได้แบ่งปันผลประโยชน์บางส่วน มาด้วยเงี้ยเพราว่ามันก็วินวมากกว่านะ ครับ อืแจ๋วเเรื่องใหญ่ของนาออกแบบแม้แต่เรา เองยังแบบสัญญาเราก็ยังไม่ไม่ดีพอเลยอ่ะ จะรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรเติมตลอดอืออก็ ขอความรู้จากพี่สยามด้วยครับโเดี๋ยวต้อง ช่วยกัน่ะครับอันนี้เดี๋ยวต้องหาความรู้ เพิ่มอันอือ่าอ่ะต่ออาจารย์น้ำใสค่ะ้าต่อ ไปได้ชอบไอคอนน้ำใสเนี่ยไอ้ทำบ้านไม่ทำมี เหงื่อเกะากด้วยอ่าส่วนค่ะอันนี้ก็เป็น อันนี้ก็เป็นหน้าของการให้ไอเดียเหมือน กันว่าอืว่าเวลาที่อยู่สิ่งที่อยู่ในวัย สัญญามันจะระบุจะระบุอะไรดีอันนี้ส่วนตัว ก็เหมือนเดิมก็คือไม่ได้ระบุละเอียดมาก คือจริงๆแล้วอยู่ในขอบอยู่ในกลุ่มที่ระบุ แค่ประมาณขอบเขตรายละเอียดงานแม้กระทั่ง ว่าอ่ะกับอาจอาจจะช่องทางชำระเงินอะไร เงี้ยเออแต่ว่าจริงๆอ่ะเรื่องการแก้งาน จริงๆไม่ปกติไม่ไม่ค่อยได้เขียนด้วยซ้ำต นี้ก็แอบเซอร์ไพรส์ว่าเป็นเรื่องที่คน ส่วนใหญ่ทำซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วอื

### [1:15:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=4500s) Segment 16 (75:00 - 80:00)

ส่วนใหญ่ทำซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วอื จริงๆเห็นอนี้แล้วก็คิดว่าเเดี๋ยวต่อไป อ่ะต้องเขียนอันนี้ให้ละเอียดแหละคือ เหมือนมันพอจะรู้ว่ามันควรจะเขียนแต่บาง ทีในในทางปฏิบัติจริงอ่ะทำบ้างไม่ทำบ้าง อะไรเงี้ยค่ะ อืกับกับเรื่องจ่ายประจำจริงๆก็ไม่แน่ใจ เหมือนกันว่าเป็นแบบอืเป็นสิ่งที่ทำเป็น เป็นมาตรฐานโดยทั่วไปคือคิดว่าเป็นบริษัท อ่ะคงทำอยู่แล้วแต่ว่าพองานมันเป็นเชิง ฟรีแลนนะไม่แน่ใจว่ามันเป็นของที่แบบคนทำ กันมากน้อยแค่ไหนตอนี้เห็นก็ก็เกือบครึ่ง ก็คิดว่าเยอะอยู่อืเยอะนะเราว่าควรทำ เพราะว่าสมมุติถ้าว่าเบรีฟเราเสร็จแล้ว แบบเไม่จ่ายมาจำแล้วอยู่ดีๆเราเริ่มงานไป แล้วแล้ววันนึงเขาไปให้คนอื่นทำหรืออะไร ใดๆอย่างเงี้ยแล้วเโทรมาแซลอะไรมันอย่าง น้อยเราควรจะต้องมีอะไรอยู่ในมือสักส่วน นึงก่อนอย่างเงี้ยก่อนที่เราจะเริ่มทำ อะไรบางอย่างอือไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือ บุคคลน่ะเพราะว่ามันไม่งั้นมันไม่การันตี เนาะว่าอยู่ดีๆวันนึงไปเปิด Pinterest หรือไปเปิด facebook แล้วเจออุ๊ยอาทิคน นี้เก่งจังหรือน้องคนนี้น่าสนใจอะไรเงี้ย แล้วก็เออมันมันก็ทำให้คิวเรารวนไปหมดอแผ แผนการเงินอะไรเราก็พังพินาศอะไรอย่า เงี้ยอืซึ่งซึ่งจริงๆอันเนี้ยค่ะเดี๋ยว มันจะไปเห็นปัญหาอยู่ในหน้าต่อๆไปด้วย เวลาที่เราพูดกันเรื่องว่าเคยได้เงินจาก การถูกยกเลิกมั้ยเคยได้เงินจากการพิมพ์ ครั้งที่ 2 มั้ยอะไรเงี้ยคือส่วนใหญ่ที่ ตอบว่าไม่ได้เนี่ยมักจะมีเหตุมาจากการที่ มันไม่ได้ระบุในใบสัญญาก็คือเหมือนเขาบอก ว่าคือพอมันไม่ได้ระบุไว้อ่ะพอสุดท้ายโดน น่ะมันก็พูดยากว่ามันจะไปเรียกร้องก็ยาก แต่ว่าคือเรามันเหมือนกับเราไว้ใจมากว่า คนที่มาจ้างเนี่ยน่าจะมีน่าจะมีคอมอ Sense ว่าอันนี้ต้องทำหรืออันนี้ไม่ต้องทำแต่ ว่าเรื่องแบบนี้มันก็เหมือนถ้ามันออกมาใน ใบสัญญามันก็คงจะดีกว่าอะไรใช่ๆมันเถียง กันไม่จบอ่ะครับอค่ะเนี่ยอันอันที่รู้สึก ว่าน่าสนใจไม่เคยทำคือมีการระบุจำนวน หนังสือที่จะได้รับด้วยอันนี้ไม่เคยทำอัน นี้ปกติเอ แกต้องได้รับ 3 เล่มไี้เออได้เล่มเดียว ตลอดเลยอ่ะได้เล่มเดียวตลอดเลยอ่ะต้อง ต้องระบุเออนะเพราถ้าถ้าได้ตังค์น้อยก็ขอ เป็นหนังสือแล้วกันอย่างน้อยเอามาเก็บเอา มาแจกภูมิใจเป็นผลงานเพราะว่าได้เงินน้อย ต้องไปซื้อหนังสือเ้าอีกนี่เพมาเก็บเป็น บอร์ดอีกก็ เดี๋ยวยิ่งไม่เหลือส่วนใหญ่นักออกแบบได้ กี่เล่มครับนักออกแบบได้กี่เล่มนักออกแบบ ปกของเบิ้มเอ้ยของได้กี่เล่มผมเคยผมตอน ที่เพิ่งทำใหม่ๆผมชอบขอเข้ามา 3 เล่มเวลา เอามาถ่ายมันจะได้แบบหลากหลายหน้าปกหลใช่ แต่ว่าหลังๆเนี่ยขอเล่มเดียวก็พอครับมัน เยอะะไม่มีที่เก็มเออๆๆอโอเคเข้าใจละอ่ะ แต่ก่อนที่ทำหนังสือก็ไม่ได้ขอลูกค้าลูก ค้าให้มาเป็นแบบเป็นปึกทุกทีเลยอ่ะเออโอย เยอะได้แบบดีครับแบบเหมือนกับเค้าห่อรีมา อะไรอย่างเงี้ยเออ แบบเไม่รู้ว่าเ้าได้กันหรือไม่ได้กันอาฮะ อ่ะสไลด์ถัดไปใช่มั้ยครับขอบคุณสไลด์ถัด ไป ครับโอเคอันนี้จะเป็นอันที่สืบเนื่องมา จากเคสที่แล้ว่ะค่ะว่าแบบพวกเรื่องพิมพ์ ครั้งที่ 2 ทั้งหลายอะไรงงี้ต่อได้เลยค่ะ ก็อันแรกที่คุยกันก็คือเรื่องพิมพ์ครั้ง ที่ 2 ซึ่งก็จะเห็นว่าเอ่อส่วนใหญ่ส่วน ใหญ่แล้วเลยก็ก็ไม่ได้ 10 1 คนเลยอ่ะไม่ เคยได้รับเออใช่แล้วก็เอ่อแต่ว่ามันมีคน คนนึงที่ตอบว่าแบบเออเคยได้ถ้าไปไปพิมพ์ กับต่างประเทศอันนี้ก็เลยเขียนรีมาร์คมา เพราะถือว่าจริงๆก็อาจจะเป็นเคสที่ถือว่า สำหรับพิมพ์นี้ก็แฟน์ในระดับนึงค่ะแล้วก็ เอ่อก็มีคนที่แบบเหมือนไม่ได้แต่ว่าไม่ ได้ไม่ได้คิดว่าไม่เป็นไรเพราะว่าแบบอัน นี้ก็คือขายถือว่ารวมไปแล้วในตอนที่คิด ราคาอะไรเงี้ยก็ถือว่าประมาณที่พี่จะ อย่างบอกก็คือรับจ้างทำของก็คือคือทำแล้ว ก็เอาไปก็จะเอาไปทำก็ได้คือมันก็ดูมี mind เรื่องเนี้ยหลากหลายคือมองว่าราคานี้คือ ราคาที่เราแบบมอบสินค้าไปให้เขาเราก็เป็น เเป็นเจ้าของไปเลยอะไรอย่าเงี้ยก็ก็มีแบบ นั้นแล้วก็จริอันอีกอันนึงที่น่าสนใจก็ คือเรื่องแบบเรื่องว่าคนที่ได้รับว่ามัน ได้กันเท่าไหร่บ้างอะไรเงี้ยก็มีทั้งแบบ ที่เป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาเดิมกับแบบที่ิ Rate มาเลยก็คือแบบ 4,000 ตลอดไปอะไร เงี้ยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอราคา 4,000 นี่อันนี้ปกติสคิดมาจากอะไรอะไรอย่าเงี้ย ค่ะแต่จริงๆรู้สึกว่าสาทิมที่ให้พิมพ์ ครั้งที่ 2 อ่ะน่าจะถือเป็นสาทิมที่เป็น ส่วนน้อยของอืของวงการมตอนเนี้ย อืแต่ถ้าสพิมดพิจารณานะแต่แต่ว่าเรื่อง เรื่องนี้ก็อยากจะทำให้มันเป็นเค้าเรียก ว่าอะไรเรื่องที่คุยกันต่อไปได้นะอนี่ เพราะว่ามีคนที่จ่ายได้หนังสือที่เราดูนะ ไอ้ซอรกิเมื่อกี้ reuse in Original Market ได้ 120 -10% นะของรอบแรกได้เยอะกว่า ด้วยออหืแสดงว่าขายดีว่าสอันเดิมได้

### [1:20:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=4800s) Segment 17 (80:00 - 85:00)

ด้วยออหืแสดงว่าขายดีว่าสอันเดิมได้ 10,000 พอพิมพ์ครั้งที่ 2 ได้เพิ่มอีก เป็น 12,000 เงี้ยค่ะเออเขาคเขียนไว้นะใน หนังสืออ่ะเราเลยไม่ไม่รู้สงสัยว่าเป็น เพราะว่ามันพฟแล้วว่ามันขายดีหรือยังไง มันเลยแบว่าออือมันคงพิมพ์เพ่มอาจจะเป็น ในเงื่อนไขนั้นนะครับว่าว่ามันช่วยอะไร มันไปกันกับแต่ลับการตลาดด้วยอแบบได้อแต่ ว่าวิธีคิดแบบเนี้ยมันดีตรงที่มันวินๆนะ คือลูกค้าได้กำไรเยอะขึ้นได้รายได้เยอะ ขึ้นแล้วนักออกแบบก็ได้ไปด้วยไงเออมันจะ ได้แบบสมมุติว่าถ้ามองว่าอหนังสือขายไม่ ดีเลยคุณคิดเอาแบบเท่านี้เหอะอะไรอย่าง เงี้ยแต่วันที่มันขายดีอ่ะมันก็ควรจะดี ด้วยกันอะไรเงี้ยน่าจะดีกว่าออ๋อที่พี่โย แชร์ก่อนก่อนเริ่มเริ่มไลฟ์ว่าเรื่องว่า แบบมันก็ดูเป็นส่วนที่สาทิจะชดเชยให้ได้ ถ้าถ้าตอนแรกมามาจ้างอ่ะไม่ได้มีงงบเยอะ ขนาดนั้นแต่ว่าแต่ว่าถ้ายังไงนะจำจำคำเปๆ ไม่ได้ที่พี่โยบอกว่าแบบอ๋อก็เติบโตไป ด้วยกันถ้าวันนึงสำนักพิมพ์เหมือนกับ เริ่มที่ที่จะรู้แล้วว่าปกของเราก็เข้าไป ช่วยเปลี่ยนเออการรับรู้ branding อ่ะ ครับไปไปต่างๆแล้วก็สำนักพิมพ์ก็น่าจะ ต้องคิดเหมือนกันว่าเออมันมันมันสามารถ แบบปรับหรือขยับไปจากไปจากตัวตัวเลขเดิมๆ ได้หรือโครงสร้างแบบเดิมๆได้มันก็ดีแต่ ถ้าสมมุติว่าโอเคบางอย่างเรารู้อยู่แล้ว ว่าสำนพิมพ์เผลิตหนังสือมาจำนวนเท่านี้ ขายได้ทั้งหมดเนี่ยมูลค่ามันเท่าเนี้ยต่อ ให้ขายทั้งหมดใช่มครับมันก็มันก็มันก็ เห็นสเกลของเขาว่าอ๋อสเกลของเขามันมัน เท่านี้เราก็เข้าไปช่วยทำให้มันเได้ฮะ หนังสือมันสวยได้ในราคาที่ตัวดีไซเนอร์ เองก็อาจจะมองว่าอ่ะเราก็าให้เค้าย่อมลง มาหน่อยให้มันแบบไปด้วยกันได้เจะได้มีน้า ปกที่มีคุณภาพทัดเทียมเข้ากับสำนักพิมพ์ ขนาดกลางหรือขนาดใหญ่เออแล้วก็เติบโตไป พร้อมๆกันซึ่งตรงเนี้ผมคิดว่ามันมันมัน น่าจะมันน่าจะเป็นเค้าเรียกมันน่าจะเป็นส ของทั้ง 2 ฝ่ายเราสำนักพิมพ์เออแต่ไอ้ อย่างที่บอกอ่ะพอพี่สยามบอกว่าพิมพ์ครั้ง ที่ 2 เราได้เงินมากขึ้นเนี่ยผมคิดว่าอัน นี้มันเป็นวิธีคิดคล้ายๆกับว่าเหมือนเหม การรีวอร์ดเนาะเหมือนโบนัสเนาะของของของ นักออกแบบด้วยอะไรอย่างเงี้ยที่ที่ที่คุณ ก็เอ้ยก็ก็ได้เงินมากขึ้นแต่แต่ไม่ต้อง ขนาดนั้นก็ได้นะของของสำนักพิมพ์ไทย เดี๋ยวลองดูว่ามันทำได้ขนาดไหนเราเรามาหา ข้อที่เออทุกคนแบบรู้สึกว่าแฮปปี้ 120 มันมากไปมั้งพี่สยาม 50% ก็เอาแล้วแล้ว ใช่มเออ 150 ก็โอเค แล้วอ่ะต่อครับต่อได้เลย ค่ะโอเคก็อันนี้ก็สืบเนื่องมาจากอันที่ แล้วก็คือเรื่องเรื่องถูกแซลงานซึ่งซึ่ง เท่าเท่าที่ทำเซอร์เวย์ก็คือก็เป็นเรื่อง แอบเป็นเรื่องดีที่ว่าส่วนใหญ่แล้ว 36 คนจาก 55 คนเนี่ยไม่ได้เคยถูกเลิกจ้าง อะไรอย่าเงี้ยแล้วก็ในคนที่ถูกเนี่ยก็ ประมาณแบบเกือบครึ่งเนาะก็ก็ได้รับได้รับ เข่าออกแบบแล้วก็ได้รับ 100% ด้วยซึ่งอัน นี้ก็คือก็คือดีมากซึ่งมันก็ควรจะเป็น อย่างงั้นเพราะว่าก็ทำไปเสร็จแล้วจนกบจน จบทุกอย่างเหลือแค่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ เงี้ยมันก็ควรจะได้ตามค่าแรงนี้ถูกมั้ยคะ อือก็จะมีมีส่วนนึงที่แบบอาได้ 50% แล้ว ก็อันที่น่าเศร้าสุดก็คือแก๊งเนี่ยแก๊ง 12 คนอันนี้ถ้าไปอ่านในในแบบฟอร์มเนี่ยจะ เห็นอินเนอร์ที่มันออกรถออกชาติกว่าใน แบบอันนี้คืออันนี้คือตัดทอนเคมาแล้วอ่ะ ก็จะมีทั้งแบบโอเคก็จะมีทั้งคนที่เข้าใจ เพราะว่ามันเป็นเคสที่ว่าแบบก็ตกลงคือ เหมือนเห็นร่วมกันทั้งคู่ว่าจะไม่ทำต่อ แต่จริงๆในเคสเนี้ยเมื่อลงแรงไปแล้วมันก็ ดูจะมันก็ดูควรจะได้อะไรบ้างงี้ถูกมั้ยคะ แต่นี้ก็เหมือนกับว่าก็อาจจะหยวนๆเก็ได้ อะไรเงี้ยแล้วก็อ่ะมีคนที่ที่แบบขอไม่รับ เองด้วยเพราะว่าเป็นคนที่ขอยกเลิกอันนี้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเบื้องหลังเป็นยังไง ก็เป็นเคสที่ 8 ดีแล้วก็เนี่ยมีเคสที่แบบ น่าเศร้าสุดทำปรับมาคือคือไม่ใช่แค่แก้ ไม่ใช่แค่ทำแล้วถูกยกโลกเดยแต่ว่าผ่านการ แก้มาแล้วหลายรอบซึ่งการแก้มาแล้วหลายรอบ ก็คือใช้แรงใช้แรงเบิ้ลไปเรื่อยๆแล้วสุด ท้ายก็ไม่ได้ด้วยอะไรเงี้อันนี้ดูเศร้า สุดค่ะอืเพราะไม่ได้มีเงื่อนไขจำนวนครั้ง การแก้หรือไม่อาจจะไม่ได้ดีไซน์ขั้นตอนใน การขายให้ดีพอเนาะที่จะได้แบบเหมือนไม่ ไม่หลุดออกนอกรูกนอกทางหรืออาจจะไม่แมทช กันตั้งแต่ต้นที่ไม่ควรจะมาร่วมงานกันเลย ก็อือก็อาจจะเป็นไปได้มีหลากหลาย สถานการณ์ ค่ะต่อได้เลยค่ะโอน้ำตาหยดแหะ เลยโอเคอันนี้ก็เป็นประเด็นที่แอบเสียง แตกนิดนึงคือหมายถึงว่าเรื่องการเอาเอาไป ใช้ต่อเนี่ยคือคือเอาไปทำเชนไดแต่ว่าเท่า ที่อ่านจากในคำตอบเนี่ยคนที่แก๊งคนที่ไม่ เคยได้รับอ่ะไม่ได้รู้สึกว่ามันไม่แฟร์ ขนาดนั้นในกรณีที่ของอ่ะมันไม่ได้เป็นของ

### [1:25:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=5100s) Segment 18 (85:00 - 90:00)

ขนาดนั้นในกรณีที่ของอ่ะมันไม่ได้เป็นของ ที่เอาไปขายอย่างเช่นของประเภทแบบทำ โปสเตอร์ทำที่คันอะไรอย่าเงี้ยทำ Backdrop คือเอาไปใช้แล้วสำนักพิมไม่ได้ได้เงิน เพิ่มในในส่วนของนักแบบที่ที่อยู่ในเคส เนี้ยไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งเนี้ยไม่เป็น ธรรมเท่าเท่าที่จอ่านค่ะซึ่งเอ่อหรือหรือ อาจจะมองว่าแบบก็ก็มองคล้ายๆคนที่โดนคน ที่เอาไปทิมพครั้งที่ 2 ก็คือมองว่าขาย งานงานไปแล้วเป็นสินค้ามันเป็นของเค้าไป แล้วเจะเอาสินค้านี้ไปใช้อะไรก็ได้อะไร อย่างเงี้ยเออก็อันนี้ก็มีความไม่รู้ เหมือนกันว่าเป็นมันควรจะเป็นแบบไหนดีของ ที่ไม่ได้ของที่สทีมไม่ได้เงินหรือว่า เป็นของที่แบบสักทีมเอาไปทำเพื่อไประดม ทุนทำอะไรสักอย่างเงี้ยมันควรจะอยู่ในการ คิดเงินมั้ยหรืออะไรอย่างเงี้ยค่ะอืออืๆๆ โอเคงั้นเราไปก่อนนะแล้วเดี๋ยวเราอาจจะ ให้รีวิวจนจบแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาพูด เรื่องีคข้อสรุปหรือเอ่อหรือความน่าจะ เป็นหรือเราอยากเห็นอะไรนะขัดอีกทีอืค่ะ ก็อันนี้ก็เป็นเรื่องแบบถามเขแล้วว่าอัน นี้จริงๆเป็นคำถามที่ถามช่วงแรกแต่คิดว่า เกี่ยวข้องกับช่วงนี้ก็คือเหมือนอันนี้ เป็น perception ว่านักออกแบบปกอ่ะเมื่อ กี้จากที่คุยๆกันเลยก็คือไม่ได้ทำเป็น อาชีพแบบหลักอยู่แล้วก็เลยอยากรู้ว่าจริง ๆไอ้สิ่งนี้มันจริงมั้ยซึ่งจากที่ทำแบบ สอบถาม 55 คนนี้ก็เห็นเลยว่าจริงก็คือ ส่วนใหญ่แล้วอ่ะก็ทำแต่ว่ามีรายได้จากทาง อื่นที่มันมั่นคงอยู่แล้วประมาณนึงมีงาน ประจำหรืองั้นก็ทำงานทำรับทำ banding รับ ทำงานที่มันได้เงินเยอะกว่าแต่ว่างานอแบบ ปก็เป็นส่วนแบบส่วนที่เหมือนชุบชูใจอะไร ประมาณนั้นอะไรงงี้ป่ะค่ะเออก็เลยจะเห็น ว่าแบบเนี่ยส่วนใหญ่ที่ทำงานปกก็จะอยู่ใน งานประเภทที่แบบฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้เป็นราย ได้หลักเออคนที่เป็นรายได้หลักจริงๆก็มี อยู่แบบจำนวนน้อยแล้วก็ที่เหลือก็จะเป็น คนที่ทำอยู่ใน เข้าใจว่าก็อยู่ในสำนักพิมพ์เป็นเป็นนัก ออกแบบประจำสำนักพิมพ์อะไรเงี้ยค่ะซึ่ง สิ่งนี้มันก็น่าจะสะท้อนให้เห็นว่าเงิน ที่ได้จากการออกแบบอ่ะมันน่าจะไม่พอในการ ที่จะทำแค่สิ่งอย่างเดียวขนาดนั้นอะไร เงี้ยค่ะอืก็เลยนำไปสู่คำถามต่อไปว่าแล้ว มันต้องเท่าไหร่่ะถึงมันถึงจะมันถึงจะทำ ได้โดยที่ไม่ต้องสมมุติถ้าคนที่อยากทำแบบ นี้อยู่แล้วก็ทำได้แต่ว่าถ้าคนที่อยากทำ สิ่งนี้เดียวอย่างเดียวเท่านั้นน่ะมัน ต้องเท่าไหร่อะไรเงี้ยค่ะอก็อันนี้ก็ อย่างที่เห็นก็คือมันก็อันนี้ถ้าถ้าดน่า จะมีประมาณ 20,000 อื 15,000 20,000 ที่ดูจะเอกฉันท์ก็ไม่ได้เอกฉัน มากแต่ว่าก็ก็พุ่งนำคนอื่นมาคก็คือ 5 15,000 อย่างงี้ 20,000 30,000 ได้คงแบบดีสุดสุดๆสุดๆ แต่ว่าอาจจะยากอย่างงี้ใชม อืประมาณนั้นแล้วก็ค่ะมีมีมีคอมเมนต์ไ เกี่ยวกับส่วนนี้มั้หรือว่ายกไปอันสุด ท้ายได้ได้นะไปไปอันสุดท้ายได้แต่ตัวเลข มันก็เห็นเหเห็นเห็น 15,000 - 20,000 อือือทีนี้ก็เลยก็เลยถามต่อว่าแบบอ่ะเรา เคยเจจาขอขึ้นราคามั้ยอะไรเงี้ยจริงๆก็ก็ เซอเซอร์ไพรส์มั้ยก็นิดนึงว่าแบบอจริงๆคน ที่สำเร็จเคยและสำเร็จก็เยอะกว่าที่คิด ถ้าในส่วนตัวอือแต่ก็เออแต่ก็มีก็ไอ้แก๊ง 9 คเป็นสิ่งที่คาดดาได้เป็นครั้งสุดท้าย ที่จดก่า เซตลก อ่ะไม่แต่ว่าแสดงว่าถ้าเจรจาสำเร็จเราไม่ รู้ตัวเลขเนาของการเจรจาเนาว่าไม่รู้ขึ้น มากขึ้นน้อยแต่มันน่าสนใจว่าแสดงว่าราคา ตลาดมันอาจจะไม่สูงมากมสำนักพิมพ์ก็เลย รู้สึกว่าเอออัตราของการแบบเจรจาแล้ว ประสบความสำเร็จมันก็สูงอยู่นะออืนะแสดง ว่าจริงน่าสนใจนะจริงๆในในข้อมูลหลังบ้าน น่ะมีให้ถามด้วยว่าจเท่าไหร่เป็นเท่าไหร่ ตาเไม่บังคับตอบก็มีคนตอบบ้างไม่ตอบบ้าง คือก็มีทั้งขึ้นในหลักแบบหลักพันอืแล้วก็ มีทั้งขึ้นในกรณีที่ว่าสังทิมเป็นคนเสนอ ให้เองด้วยว่าว่าแบบอันนี้เรทมันเป็น อย่างงี้แล้วขึ้นได้อะไรอย่างเงี้ยอันนี้ ก็คือถือว่าเป็นสทีมที่ประเสริฐโอเยี่ยม แจ้งแจ้งให้ออประมาณนั้นคือมีหลายเคสแล้ว ก็มีทั้งเคสที่แบบคืออาจคนนี้อาจจะนิ่งมา นานแล้วแล้วแล้วขึ้นทีสพิมไม่ได้มีแรงต้า อะไรเพราะว่าจริงๆลึกๆแล้วรู้อยู่แล้วว่า มันว่ามันควรจะคือคือเขาอาจจะคเออแล้วก็ รู้อยู่แล้วว่ามันมีคนที่แพงกว่านี้แต่คน นี้ยังไม่ขึ้นแต่ว่าอยู่ๆจะเสนอให้ก็แบบ เอไม่รู้จะทำสิ่งนั้นไปทำไมอะไรงี้แต่ถ้า เกิดเขาเสนอเองก็ก็ให้ได้อะไรเงี้มันก็ดู มีเขตนั้นอืโอเคเพราะฉะนั้นก็ถ้าดูอันนี้ เสร็จอาจจะคิดว่าเเจรจานิดนึงว่าจริงๆลอง เจรจาดูมีโอกาสที่จะได้อาจจะมากกว่าอ่า เพราะว่าเราพูดอย่างที่บอกเคุยเรื่องนี้ เยอะแล้วเราก็รู้สึกว่าถ้าคุณไม่พพูดอ่ะ หรือคุณไม่ให้คุณค่างานของตัวเองอ่ะอืคน ก็อาจจะไม่เห็นขนาดนั้นนะก็ต้องก็ต้อง

### [1:30:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=5400s) Segment 19 (90:00 - 95:00)

ก็อาจจะไม่เห็นขนาดนั้นนะก็ต้องก็ต้อง เริ่มพูดก่อนหรือหรือถ้าเกิดเลูกค้าท้าย สุดแล้วเเห็นว่าเฮ้ยเรางานเราสำคัญจริงๆ เราช่วยเได้จริงๆเนี่ยเก็ต้องยื้อแหละเออ มันก็เนมันไม่มันเราไม่ใช่ว่าเราคนเดียว เป็นคนตัดสินใจได้หรอกถ้าเกิดว่ามันคุ้ม สำหรับลูกค้ามันก็น่าจะเป็นไปได้เนาะแล้ว ก็ต้องพัฒนาฝีมือของเราด้วยช่วยกันนี่ก็ ยังดูมีความหวังนะในหน้านี้โอเค ต่ออ่าหัวข้อสุดท้ายอันนี้ก็อันนี้ก็คือ เป็นเรื่องที่นำมาสู่บทสรุปแล้วว่าแล้ว สุดท้ายควรจะมีมั้ยเงี้ยซึ่งก็เห็นว่า ส่วนใหญ่ก็ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยเนาะอือใช่ ค่ะแต่ว่าก็น่าสนใจที่ว่าไอ้แก๊งคนที่ไม่ แน่ใจกับไม่จำเป็นน่ะคือไม่ใช่ว่าไม่ใช่ ว่าไม่เห็นด้วยแต่ว่ามองว่ามันไม่ใช่สิ่ง ที่ต้องบังคับซึ่งซึ่งเป็นเหตุผลที่ เดี๋ยว๋ยถ้าหน้าต่อๆไปค่ะจะเห็นแต่ว่า เหตุผลที่เยกมาก็คือเป็นสิ่งที่คาดดาวกัน ไอยู่แล้วก็คือถ้าสำหรับคนที่เหมือนยัง ไม่ได้เป็นยังไม่ได้อยู่ในวงการมานานการ จะแบบกำหนดว่าต้องได้เท่านี้เท่านั้นน่ะ มันอาจจะทำให้ได้งานน้อยลงซึ่งมันก็เป็น การเสียโอกาสอะไรเงี้ยค่ะอือ่ะไปไปตรง หน้าต่อไปได้เลยค่ะเป็นแบบอันนี้เป็นยก เหตุผลมาให้ดูแล้วว่าเขาอันนี้มีถามต่อ ว่าแบบเห็นว่าควรเพราะอะไรหรือไม่ควร เพราะอะไรอะไรอย่างเงี้ยครับ ครับก็เนี่ยครับก็มีทั้งแบบโอเคก็คือราคา มันราคามันต่ำเนามันต่ำเกินกว่าที่จะรับ ได้ก็ก็ควรจะกำหนดอะไรงี้เนาะก็ 1 ก็คือ อาจจะทำให้คนเอาไปคิดราคาได้มากขึ้นด้วย คือตอนนี้เหมือนมันไม่มีเซตเป็นเป็น มาตรฐานปุ๊บพอพอคนจะเอาไปคิดก็ไม่รู้จะ คิดเบส LINE จากอะไรก็เลยคนก็เลยมองว่า สิ่งนี้มันมันมีไว้เพื่อใช้ในการคิดแต่คน ที่จะเเนี่ยจะทปอัขึ้นมากี่เท่าไหร่หรือ จะต่ำกว่านี้อีกนิดนึงก็คงไม่มีใครว่าไม่ มีใครลงโทษอะไรแต่แค่คิดว่าถ้ามันมี เบสไลน์สักอย่างให้กามันก็คงจะดีกว่าอัน นี้ก็คือเป็นอเป็นเหตุผลฝั่งฝั่งคนที่ เห็นด้วยค่ะอื ๆซึ่งซึคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับนักแบบ หน้าใหม่มากเป็นพิเศษถ้าถ้ามัน ครับแล้วก็อันต่อไปได้เลย ค่ะเนี่ยค่ะส่วนเนี่ยก็ก็อย่างที่เมื่อ กี้เกริไว้คือคนที่บอกว่าไม่ไม่จำเป็น หรือไม่มีเนี่ยก็คือมองว่ามันอาจจะกำหนด ยากด้วยเพราะว่าปกนึงมันก็ดูจะมีขอบเขต งานหลายแบบคืองานคืองานมันก็ไม่ได้งานมัน ไม่ได้แบบฟิกขนาดนั้นว่าอ่ะทำปกทำอทำฟทำ อะไรแต่ว่ามันอาจจะมีเงื่อนไขบางอย่างที่ ปกนึงมันอาจจะไม่ต้องทำเยอะขนาดนั้นก็ได้ เช่นคนที่รับงาน 5,000 อาจจะรับแบบรับ เหมาแล้วก็อยู่ๆถ้าเขาต้องมากำหนดเป็น 10,000 นึงแล้วงานเขาลดลงอะไรเงี้ยไม่ รู้ว่าจะโแล้วก็เนี่ยค่ะก็ส่วนใหญ่ก็จะ เป็นแก๊งประมาณว่าถ้าถ้าเราไม่ได้มีลูก ค้ายังไม่ได้มีลูกค้าที่มาติดเราขนาดนั้น น่ะการจะคิดราคาแพงอ่ะมันก็สุ่มเสียงที่ จะโดนที่จะโดนแบบลดงานอะไรเงี้ยค่ะอื อืแล้วก็มีคนที่มองว่าคือมีไว้ดีแต่ว่า อือเอ่อไม่ต้องไม่ต้องไม่ต้องบังคับอะไร อย่างเงี้ยค่ะคือเอาไว้สำหรับต่อรองเอา ไว้ช่วยในการคิดอือ อือ่าต่อไป ครับค่ะอันนี้ก็เลยนำมาสู่ขั้นต่ำคือคำ ถามเนี้ยมันอาจจะคล้ายๆคำถามเรื่องไอ้ ราคาแบบที่อยู่ได้ยั่งยืนนิดนึงแต่คิดว่า 2 อันนี้ต่างกันในแง่ที่ว่าอยู่ได้ยั่ง ยืนมันเป็นภาพฝันว่าดีสุดคือเท่าไหร่แต่ อย่างขั้นต่ำมันคือแย่สุดเนี่ยมันไม่ควร จะมันไม่ควรจะต่ำกว่าเท่าไหร่ค่ะอืก็ตัว เลขก็สะท้อนนะเพราะมันต่างกันกับไอ้ขั้น ขั้นขั้นของความฝันนะอุดมคติอือันนี้ก็จะ เป็น 10,000 ไม่ควรต่ำกว่านั้นอือซึ่ง ซึ่งเท่าที่ดูจากลอจิคในการคิดอ่ะส่วน ใหญ่คนจะคิดเบสจากว่าเดเดือนนึงเราทำได้ เท่าไหร่เดือนนึงเราเดือนนึงเราทำได้ ประมาณเท่านี้แล้วถ้าเกิดทำได้เท่านี้ เนี่ยมันควรจะราคาเท่าไหร่มันถึงจะอยู่ ได้แบบค่าแรงขั้นต่ำซึ่งตอนนี้ค่าแรงขั้น ต่ำคนน่าจะประเมินไว้ที่ประมาณแบบ 15,000 ครับแต่แต่อันนี้มันเกี่ยวกับว่ามันมัน อาจจะขึ้นอยู่กับว่าคนๆนั้นประเมินค่าแรง ขั้นต่ำของตัวเองเท่าไหร่ด้วยอค่ะคือ อย่างเงี้ยจะเห็นแล้วว่าจำนวน 34 ปกอ่ะ เอ่อคนก็จะกำหนดไว้ประมาณนี้แหละแต่ว่า ถ้ากำหนดว่าค่าแรงขั้นต่ำของตัวเองคือ 15,000 มันก็ราคาขั้นต่ำมันก็คือ 5,000 แต่แต่ถ้าคนมองว่าค่าแรงขั้นต่ำของตัวเอง คือ 30,000 อะไรเงี้ยมันก็มันก็จะแบไล่ไป ตามนั้นอะไรอย่าเงี้ยค่ะอือกับมีคนที่มอง ว่าเดือนนึงเนี่ยทำปกเดียวพอเพราะฉะนั้น ปกนั้นมันก็ควรจะได้ซักประมาณเท่านี้อะไร อย่าเงี้ยอครับ ออืก็ก็อันนี้ก็อันนี้น่าสนใจในเชิงว่า คือนอกจากดูราคาในเชิงวิธีคิดว่าราคาพวก นี้มาจากไหนก็ก็ดูหลากหลายดีทั้งคิดในแบบ จคิดเป็นหลักจำนวนชั่วโมงหรือคิดเป็น จำนวนปกที่ทำได้ใน 1 เดือนหรือว่าคิดในอื เอ่อแบบเงินที่ต้องใช้ในแต่ละเดือนอะไร อย่าเงี้ยค่ะครับน่าสนใจเนาะมันมันมันมัน

### [1:35:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=5700s) Segment 20 (95:00 - 100:00)

อย่าเงี้ยค่ะครับน่าสนใจเนาะมันมันมันมัน มันมีเออวิธีคิดราคาไม่เหมือนกันน่ะถ้า ตรงนี้เราจะเห็นละ อืค่ะต่อต่อได้เลยค่ะโอเคอันนี้ก็มีมีถาม เรื่องเอ่อปัญหาใช่มั้ยแต่ว่าจริงๆปัญหา เนี่ยก็จะอาจจะคล้ายๆกับที่ผ่านๆมานิดนึง ก็คือเป็นเรื่องค่าตอบแทนซึ่งมันก็เป็น ที่มาทำไมเราถึงต้องทำสิ่งนี้ตั้งแต่แรก แล้วก็อาจจะมีปัญหาอื่นๆป่าปายเช่นเรื่อง แบบการสื่อสารระหว่างระหว่างเอ่อคนทำงาน ซึ่งอันนี้ก็น่าจะเป็นปัญหาที่เัมากในทุก วงการก็คือคงเป็นอย่างงนี้อยู่แล้วแล้วก็ มีเรื่องเรื่องให้เครดิตงานอะไรอย่างงี้ อันนี้มีนิดๆหน่อยๆค่ะที่คนเนชัถึงอือือ แล้วก็ทำระยะเวลาทำงานอันนี้เข้าใจว่าแบบ ยิ่งช่วงงานหนังสือหรืออะไรเงี้ยมันดูจะ เป็นงานประเภทที่มาแล้วก็แบบต้องทำเท่า นี้เท่านมีคนที่พูดว่าแบบเหมือนเหมือน ตารางงานของเขามันเกี่ยวข้องกับตารางของส ของโรงพิมพ์ด้วยแบบสพิมพ์ไปลมาได้คิวคิว พิมพ์งานในช่วงนี้เพราะฉะนั้นน่ะมันต้อง อัดให้ได้แบบทันในช่วงนี้เท่านั้นไม่งั้น มันจะหลุดคิวงานของโรงพิมพ์อะไรเงี้ยค่ะ อืออก็ก็ดูมีของอื่นๆที่มันอาจจะไม่ได้ เกี่ยวข้องกับตัวการออกแบบโดยตรงแต่ว่า มันก็ต้องเอามาเอามาเป็นเงื่อนไขอะไรอย่า เงี้ยค่ะอืก็กระทบกับการทำงานน่ะเนาะเข้า ใจอืมีใช้งานเกินของขบเขตมีแค่คนเดียวเอง นะอืก็หนังที่เห็นอย่างตอนมเชนนี่ไม่ค่อย มีคนมีปัญหามากไม่ค่อยมีคนมองว่ามันเป็น มันเป็นเรื่องไม่แฟร์ขนาดนั้นอืๆแปลกดี อ่ะต่อเลย ครับอันนี้เป็นส่วนข้อเสนอแหละก็ก็ถ้า เกิดในเรื่องค่าตอบแทนนะก็จริงๆรู้สึกว่า อัน อันมีมีอันที่รู้สึกเป็นไอเดียที่ดีหลาย อันมากเช่นอืเช่นแบบถ้ายอมทำในราคาที่ต่ำ กว่าคือให้บอกไปด้วยว่าอันเนี้ยเราลดให้ แบบที่พี่โยพูดเลยก็คือก็คือมันคือเราลด ให้แต่แล้วว่าเราไม่ได้ทำให้ราคาตลาดเสีย เพราะเราลดให้แบบมีเงื่อนไขอะไรเงี้ยรู้ สึกว่าอันนี้ดูดูเป็นไอเดียที่ดีออืแล้ว ก็แล้วก็อืเพิ่มเพิ่มการคิดราคาการพิมพ์ ซ้ำอะไรเงี้ยค่ะอืออืแล้วก็อ๋อมีอันนึงก็ ก็ก็ดีก็คือแบบถ้าลูกค้าจ่ายไม่ไหวให้เขา ชดเชยด้วยอย่างอื่นเช่นอเช่นให้พื้นที่ สื่อในการโปรโมทอันนี้ดูคิดแบบเป็น Logic แบบเค้าเรียกว่าอะไรแบยมากก็คือว่า ประเมินว่าเพจนี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเท่า ไหร่ในการโพสต์แบบทำโพสต์ 1 โพสต์แล้วอัน นี้มันชดเชยค่าออกแบบที่เราลดให้เาได้มย อะไรเงี้ยอันนี้ดูแบบปตรเออ ๆก็ดีนะแจ๋วเลย เออแล้วก็ก็มีคนที่แบบเหมือนอ่าก็เรื่อง กำหนดราคากลางราคาขั้นต่ำอะไรเงี้ยค่ะ แล้วก็มีเรื่องในเชิงให้ความรู้คือให้ ความรู้ทั้งในฝั่งแบบน้าออกแบบว่าต้องคิด ราคาเท่าไหร่แล้วก็ ให้ให้แบบทำให้คนมาจ้างแบบมี awareness ว่าเอ้ยมันต้องมีต้นทุนนะอะไรเงี้ยคือ เข้าใจว่าบางคนก็อาจจะไม่ได้มีเหมือนไม่ ได้มีอำนาจต่อร้องมากพอที่จะไปอธิบาย เรื่องคุณค่าของงานออกแบบแต่ว่าถ้าเกิด มันมีการแบบมันมีคนที่อธิบายสิ่งให้แทน เขาได้มันก็อาจจะช่วยให้เขากล้าคิดราคา มากขึนข้อะไรเงี้ย อืประมาณนี้แล้วก็อันต่อไปได้เลย ค่ะอ๋อก็มีเรื่องเวลาทำงานก็กำหนดไลนงี้ จริงๆตานี้คิดว่าก็ก็โดยทั่วไปงานทั่วไป อาจจะไม่ได้อิงกับเรื่องเรื่องงานออกแบบ ปกโดยตรงแล้วก็มีเรื่องทำสัญญาเนาะก็ทำ ให้มันรัดกุมก็จะแก้ปัญหาไอ้เรื่องที่ ผ่านๆมาได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องว่าแบบโดน cancel โดนแก้งานอะไรเงี้ยค่ะอืแล้วก็ อ่ามีชื่อด้านอื่นๆที่เหลือก็เรื่อง เรื่องเครดิตนี้ก็ใส่ใส่ใส่ชื่อคนออกแบบ ปกมันต้องใส่เดี๋ยวนี้มันใส่มั้ยใส่นะใส่ มชอบใส่ไว้ข้างหลังเนาะหรือใส่ไหน้าที่ มันเป็นนว่าแบบพฟ RE ใครทำอะไรตมันก็จะมี อยู่แล้วใส่อยู่แใส่อยู่นะแต่บางแต่เรา รู้ว่ามีคนที่มักจะถูกลืมหรือใส่ชื่อผิดอ เพื่อนๆเรานี่แหละก็มีนะใช่ครับมีมีอยู่ โ่ๆๆเป็นคนโชคร้ายเอออประมาณนี้ออนี่ไง ตั้งสหภาพเออเนี่ไงตั้งสหภาพอ่าหมดแล้ว ใช่มั้ยครับอ่าหมดแล้วครับค่ะน่าจะบโอ ขอบคุณมากครับอาจารย์จั๊ ขอบคุณหลับยัง คะสนุกดีอ่าใครมีอะไรจะเติมมยครับช่วงสุด ท้ายนี่ ครับไม่ต้องให้จั๊กก่อนครับเพราะว่าจั๊ก จะฝากอะไรไว้ใช่มั้ยเป็ดอๆอ๋ออ๋อก็ถ้าถ้า ฝากถ้าฝากอันต่อไปอค่ะก็คือต่อถ้าถ้าต่อ ไปเรามีเราต้องมีทำไอ้แบบสอบถามแบบเนี้ย เวอร์ชั่น 2 แน่นอนเพราะอย่างที่เห็นว่า เวอร์ชั่นแรกอ่ะมันมีมันมีปัญหามันมีข้อ

### [1:40:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=6000s) Segment 21 (100:00 - 105:00)

เวอร์ชั่นแรกอ่ะมันมีมันมีปัญหามันมีข้อ จำกัดที่ที่เกิดจากการที่ยังไม่มี ประสบการณ์ในการทำแบบสอบถามมาเยอะมากแล้ว ก็จำนวนคนตอบน้อยอันนี้ก็เลยอยากจะมาให้ เห็นเป็นพรีวิวว่าเนี่ยขนาดคนตอบเท่านี้ เงื่อนไขแล้วก็มีข้อจำกัดเท่าเนี้ยมันก็ มันก็ยังพอจะเอาไปใช้งานได้ประมาณนี้ เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าตอไปเนี่ยมีคนตอบเยอะ ขึ้นข้อมูลมีรายละเอียดมากขึ้นเนี่ยมัน น่าจะนำไปสู่เป้าหมาย จอืที่พี่สยามเอามาให้ดูอันนี้ของของของ อเมริกาใช่มคือเป้าหมายสูงสุดคือเป็นแบบ นั้นซึ่งจะเป็นแบบนั้นได้เนี่ยมันไม่มัน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนตอบเท่านี้และมี คนที่มาคุยกันเท่านี้มันต้องมีมากกว่านี้ อะไรเงี้ยครับครับอืขอบคุณครับก็แต่แต่ ยังไม่ได้มีกำหนดการออกมาว่าจะทำรอบต่อไป เมื่อไหร่แต่ว่าอยากจะให้ไปกดติดตาม เพจใครมีความเห็นอะไรอยากอยากแชร์อยากแนะ นำอะไรเนี่ยมาเลยเขียนมาได้เลยนะครับอื แล้วก็ของผมเนี่ยผมมีสั้นๆวิสยามมีแค่ เรื่องเดียวว่าวันเนี้ยที่เราพรีวิวทั้ง หมดเนี่ยผมเข้าใจว่าต้องมีคนของสำนัก พิมพ์เข้ามาฟังผมก็อยากเน้นย้ำไปที่ เรื่องเดิมว่าเหมือนกับเราสร้างโลกไปด้วย กันน่ะเหมือนกับธุรกิจเติบโตไปด้วยกันนัก ออกแบบก็ก็ก็ก็ก็อยู่ได้สำนักพิมพ์ก็อยู่ ได้เราไม่ได้อยากจะหักหามน้ำใจแต่ทำให้ เห็นแล้วล่ะว่าเออนักออกแบบก็มีต้นทุนมี เค้าเรียกแล้วมีความเสี่ยงเนาะในในในการ ทำงานหลายๆอย่างผมคิดว่าถ้านักออกแบบขอ ให้ไ contract หรือว่าอะไรก็ตามที่มันไม่ ได้เป็นการเอารับเปรียบกันผมว่าทำเถอะอื เพราะบางอย่างมันก็เหมือนกับการอะไรนะผูก ผูกพันสัญญาเป็นเป็นเป็นรายลักษณอักษรมาก ขึ้นแล้วก็ผมว่าเ่าทุกวันนี้ตลาดหนังสือ มันโตขึ้นแต่ว่าถ้าเราดูจากแบบสำรวจ เบื้องต้นเนี่ยที่น้ำใสทำมาให้ให้เราเห็น น่ะมันก็จะเห็นเนาะเห็นอีกโลกนึงที่มัน แตกต่างกันมากแต่มันก็จะมีค่ากลางที่ผม คิดว่าเหมือนกับที่อุ้มพยายามเสนอว่าหรือ มันต้องมีค่ากลางบางอย่างที่มันมันเป็น จุดตั้งต้นแล้วก็มันน่าจะเค้าเรียกมันจะ สเต็ปต่อไปจากเนี้ยจะจะเป็นเรงไหนราคา ประมาณไหนเนี่ยมันมันก็ควรจะมีจุดที่ สตาร์ทที่ที่ดีก่อนแต่ถ้าสตาร์ทจาก 900 เป็ดคิดว่าจะไปถึง 40 เเมื่อไหร่มันยาก อยู่นะใช่มยเพราะฉะนั้นแจุดสตาร์ให้เก่อน ไม่งั้นเขแบบน่าจะลำบากทีเดียวนะครับก็ ยินดีแล้วก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ สหภาพแล้วก็นั่นแหละครับขอบคุณวิสยามที่ ชวนมาให้เราอธิบายกราฟฟิกที่คนอาจจะแบบ อ่านไป 2 หน้าแล้วก็อ้าวเป็ดมีอะไรจะเติม มครับขอบคุณครับโยขอบคุณมากครับจริงๆก็ รู้สึกว่าหาเพื่อนมาคุยกันแล้วมันจะได้อื มีทำอะไรให้มันดีๆขึ้นอ่ะเนาะจริงๆพอพี่ เบพูดถึงสำนักพิมพ์ก็แบบว่ารอบหน้าอยาก เอาสำนักพิมพ์มาคุยกันเลยว่าแบบเอ้ยมันมี ปัญหาอะไรของเามั้ยอะไรอย่างงี้ด้วย เหมือนกันเดี๋ยวผมคิดว่าเดี๋ยวคงไทก้ากับ ูแบตคงได้ได้คุยกันได้ปรึกษาหาืกันนะครับ อ ใช่สผมเชิญครับทุกคนก็อยากทำหนังสือสวยๆ แหละใช่ๆเป็นงานในฝันของทุกคนนะครับส่วน ผมคือ Story เเอพิยเชิญครับอพี่เอาโยอ่อน เลยครับอแป๊บนึงครับก็นิดเดียวครับของผม ก็คือผมกำลังจะบอกว่าใน South East เอเชียเราอ่ะมันมันไม่ถึงกับเป็น objective แต่ว่าแน่นอนเราเห็นถึงคำชม เนาะเห็นถึงอนาคตว่าจริงๆไอ้ 6 หนังสือ เรามันก็เปลี่ยน Land scap ของการออกแบบ ไปได้เยอะเพื่อนบ้านเรานั่นแหละเวลาเขา มองกลับมาเก็จะมองว่าเออประเทศไทยของเรา เนี่ยดูเหมือนโกนี่มันแบบมันหวือหวาเนาะ มันสนุกมันมีชีวิตชีวาอะไรอย่าเงี้ยเราก็ เลยคิดว่าเออให้ให้ให้ภาพตรงเมันสะท้อน ทั้งความสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าแล้วก็ วิชาชีพก็เจริญงอกงามไปด้วยอะไรแบบนั้น มันก็เลยกลายเป็นประเด็นที่ผมเข้ามาคุย ด้วยนะครับอืที่ผมอยากชวนพวกเราคิดเนาะ รวมถึงลูกค้าสำนักพิมพ์ทุกลูกค้าทุก ประเภทแล้วนักออกแบบทุกประเภทเลยนะครับ ว่าบางครั้งเราอ่ะติดกลับในการที่เรามอง ว่าเรากำลังทำของขายหรือทำสินค้าอะไรบาง อย่างที่มันมองว่าไอ้ค่าตอบแทนของที่พวก เราได้รับอ่ะเป็นต้นทุนอืมันเป็นค่าใช้ จ่ายที่มันมันต้องพยายามจะทำให้มันน้อย ้อยอ่ะนึกออกมั้ยฮะคือผมรู้สึกว่าถ้าถ้า เราทุกคนมองว่าสิ่งที่เราทำอยู่อ่ะมัน เป็นการลงทุนออือเพื่อช่วยให้ลูกค้าขายดี ขึ้นให้หนังสือเน่าสนใจขึ้นเพื่อสร้าง ประโยชน์หรือคุณค่าอะไรบางอย่างเพื่อ รีเทิร์นกลับมาเนอะซึ่งสู่สมัยนี้แล้วผม ว่าทุกคนน่ะรู้คุณค่าของงานออกแบบที่ดี แล้วแหละว่ามันสามารถช่วยมีผลทางธุรกิจ ได้จริงๆสำนักพิมพ์ที่ใช้ใช้นักออกแบบ เก่งๆเนี่ยเก็มียอดขายมีภาพลักษณ์มีอะไร ต่างๆที่มันเปลี่ยนแปลงในเชิงรายได้ได้ จริงๆดังนั้นเนี่ยผมคิดว่าถ้าเรามองว่า

### [1:45:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=6300s) Segment 22 (105:00 - 110:00)

จริงๆดังนั้นเนี่ยผมคิดว่าถ้าเรามองว่า เป็นการลงทุนน่ะมันก็จะมีผลตอบแทนจากการ ลงทุนเนาะเหมือนกับว่าที่เค้าไปซื้อ ลิขสิทธิ์มาอย่างเงี้ยสมมุติถ้าทุกคนบอก ว่าเดี๋ยวนี้กระดาษแพงค่าพิมพ์แพงค่า ลิขสิทธิ์แพงค่าพิมพ์หรือค่าอื่นๆแพงก็ เลยจำเป็นจะต้องมากดค่าออกแบบให้ถูกอ่ะผม ว่าไอ้วิธีคิดเนี้ยมันก็อาจจะดูไม่ไม่ ค่อยปกตินักเพราะว่าถ้าออกแบบนออกแบบมัน ก็ต้องกินต้องใช้ของเงินเฟ้อทุกอย่างมัน แพงขึ้นหมดอ่ะครับดังนั้นเนี่ยอก็ต้องยอม รับแล้วแหละว่าค่าออกแบบมันจำเป็นจะต้อง แพงขึ้นโดยเปรียบเทียบจากที่ผ่านๆมา สมมุติถ้ามันคาอยู่ 10 ปีเนี่ยผมว่า อันเนี้ยผิดปกติแต่ถ้าเกิดว่ามันเป็นราคา ที่มันค่อยๆโตตามตลาดตามราคาหนังสืออ่ะ แล้วเราไปคิดหาวิธียังไงว่าเฮ้ยเรามาทำ หนังสือหรือทำสินค้าที่ดีอาจจะนอกเหนือ จากหนังสือนะเหมือนที่เราเห็นว่าเดี๋ยว นี้ร้านอาหารดีๆที่เขาตกแต่งสวยๆทำปรุง อย่างปานี่อะไรอย่างเงี้ยมันแพงคนก็กิน งั้นเนี่ยผมคิดว่าถ้าเราพัฒนาคุณภาพ สินค้าของเราให้มันดีจริงๆแล้วมันคุ้มค่า ในเชิงว่าลูกค้ายินดีจะแลกสิ่งเนี้ยกับ เงินของเขาแล้วเสุว่ามันคุ้มที่เขาจะได้ เป็นเจ้าของสิ่งเนี้ยผมว่าเออเราอาจจะลอง มาเปลี่ยนวิธีคิดของในการทำงานของพวกเรา ด้วยนะนว่าเราอาจจะไม่ใช่แค่แบบทำอาแบบ โป๊ะเสร็จแล้วก็แบบ 5,000 เท่าเท่านี้ แหละมึงเอาไปอะไรอย่างเงี้ยแต่ไปทำยังไง ให้แบบเออให้ลูกค้าเได้ประโยชน์ให้เขาค ขายดีขึ้นหรือพอเราคิดแบบเนี้ยเราเราแชร์ ความสำเร็จกับลูกค้ามันก็จะกลายเป็นว่า เฮ้ยเดี๋ยวเราช่วยทำของขายเดี๋ยวเราช่วย โปรโมท Facebook หรือเราทำเพจทำอนิเมชั่น ทำอะไรก็แล้วแต่เพื่อช่วยเค้าขายของเนี่ย ผมว่าเอมันอาจจะดีกว่าแล้วลูกค้าจะรู้สึก ว่าแทนที่จะไปจ้างคนทำแอดคนอะไรอีกก็ให้ นักออกแบบคนเดียวกันนี่แหละแล้วก็อาจจะ ให้เงินเค้าเพิ่มมากขึ้นหน่อยนึงหรือแม้ แต่ผมเสนอนะว่าสำหรับคนที่อาจจะรู้สึกว่า มันน้อยเกินไปแล้วยังอาจจะคิดว่าคุยกับ สำนักพิมพ์แล้วอาจจะยังต้องให้เวลาเค้าใน การปรับตัวเนี่ยสมมุติว่าถ้าเรารู้ว่าเรา ได้รับเงินแล้วมันไม่เพียงพอต่อการยังชีพ อ่ะออผมเสนอว่าให้ขายแพคเกจคือไม่คุณไม่ ควรจะทำเล่มต่อเล่มเพื่อรอเว่าวันนึงเขมา จ้างสมมุติราคาเนี้ยแต่ว่าเราขอมินิม 5 เล่มภายในกี่วันกี่เดือนอะไรอย่างเงี้ย แล้วคุณจะได้รู้ไปเลยว่าคุณน่ะมีเงินก้อน 5 เล่มเนี้ยอืตุ่นมีพอพอจะประเมินรายรับ ของเราว่าแบบเดือนนี้เดือนนั้นจะอยู่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าคุณแบบสมมุติได้มา 5,000 เนี่ยคุณต้องอยู่ไปอีก 3 เดือนมัน เป็นไปไม่ได้ไงถูกมยครับแต่สมมุติถ้าคุณ รู้สึกรู้แล้วว่าเออทุกเดือนคุณจะได้จาก ส่วนเนี้ 5,000 แล้วคุณจะไปบริหารชีวิต ของคุณว่าคุณจะไปหารายได้จากส่วนอื่นหรือ งานอื่นที่คุณผมว่ามันมันมันร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมากกว่าเนว่าแบบเออเราเราคาด หวังว่าเราจะร่วมงานกันในระยะยาวดังนั้น เนี่ยถ้าเราแบบคุยกันเป็นเล่มต่อเล่ม โอกาสต่อโอกาสเนี่ยมันก็จะไม่ระยะยาวัง นั้นเนี่ยมันก็ต้องแลกใจกันนิดนึงอ่ะครับ ว่าสมมุติเออถ้าเราอาจจะให้ได้ไม่มากพอ เราให้ด้วยด้วยความมั่นคงในเชิงจิตใจหรือ ในเชิงอะไรแบบนี้ได้มั้ยอย่าเงี้ยผมว่า มันมีวิธีเจรจาในหลายๆรูปแบบที่เราจะคุย กันได้แล้วเราช่วยกันที่เราไม่ได้มองว่า เราเป็นคนละฝั่งกันนะครับอได้เลยครับแจ๋ว เลยครับก็มีมีคำถามเกี่ยทางบ้านใช่มั้ย เค้าบอกอยากให้เสนอไอเดียแบ่งปัน template สัญญามาตรฐานอันนี้เราจะทำอยู่แล้วมั้ยอ ครับเราจะทำครับมา you business เราคิด ว่าเดี๋ยวเราก็คงจะพยายามทำไอ้พวกใบสน ราคาหรือเงื่อนไขขอะไรต่างๆเพราผมก็มีไอ้ ดีไซเนอร์กิเนี่ยแหละมาเป็นคู่มือแล้วก็ ศึกษาจากหลายๆซอร์สแต่ว่ายังไม่มีเวลาทำ เท่านั้นเกนี่คิดจะทำมาหลายปีแล้วด้วยแต่ มันก็ยังเถ้าช่วยๆกันเนี่ยอาจจะเร็วขึ้น ใช่โอเคตั้งเป้า 2025 ตเป้าเนาะโอเคแล้ว ก็ขอบคุณมากเลยนะครับมีคำถามมาครับเป็น กำลังใจให้ทุกท่านนะครับขอบคุณทุกคนนะ ครับผมว่าพวกเรามีความหวังแล้วครับตอนนี้ ใช่ ดีไซน์เนอร์บ้านเราวงการดีไซน์ในทุกๆสาขา เลยนะมันแบบมันเจิดจรัดมากมันมันดูดีมากๆ เลยแต่แค่ผมแค่อยากจะมีความหวังว่าออกแบบ ออกแบบได้จากจากผลงานที่เขาสร้างขึ้นเนาะ โดยที่ไม่ต้องคิดว่าแบบต้องไปทำอย่างอื่น เพื่อหาเลี้ยงชีพแล้วมาทำงานเอาแบบที่รัก อะไรอย่าเงี้ยไม่เอาเราควรจะต้องอยู่ได้ ด้วยอาชีพของเราโอเคดีเลยครับขอบคุณทุก ท่านนะครับแล้วก็ขอบคุณแฟนรายการที่ติด ตามชมนะครับรวมถึงท่านผู้ชมที่มาดูย้อน หลังนะครับแล้วก็ใครยังไม่ได้ไลก์ได้แชร แชร์เพจเราหรือ Channel ของเราก็รบกวน ด้วยนะครับไม่ค่อยมีคนดู่ะอยากให้รายการ มีประโยชน์ที่อุตส่าห์เชิญตัวเทพๆเหล่า นี้เข้ามาเนี่ยเได้ให้เข้าถึงคนเยอะๆอ่า เออโปรโมทนี่นะครับเพจสหภาพนักออกแบบบอัน นี้เป็นกรุ๊ปครับเดี๋ยวฝากเป็นกรุ๊ปเป็น เพจอ่าแต่เพจก็หาไม่ยากหรอกครับเสรว่า สหภาพนักออกแบบก็จะขึ้นอ่านะครับแล้ว เดี๋ยวไว้ติดตามรายการเราในโอกาสต่อไปผม คิดว่าเดี๋ยวเราจะปิดซีซันในเทปนี้เลย ครับแล้วเดี๋ยวเราจะขอพักยาวๆสักทีนึง ก่อนเพราะว่าครับวัตถุดิบหมดแล้วครับคุยๆ กันไว้แล้วแขกรับเชิญผมเยุ่งไครับเไม่

### [1:50:00](https://www.youtube.com/watch?v=oPahBSQzXuk&t=6600s) Segment 23 (110:00 - 110:00)

กันไว้แล้วแขกรับเชิญผมเยุ่งไครับเไม่ ค่อยส่งรูปให้ผมผมก็แบบว่ามีสต๊อกเทปตุน ไว้แบบเป็น 10 คนเลยครับแต่ว่าผมออนไม่ ได้แล้วก็เลยคิดว่าไม่งั้นเสียดายถ้าจะ ออนเป็นพคที่มันจะมีแต่เสียงอ่ะเพราะว่า เราคุยเรื่องงานออกแบบเนาะอยากให้เขาเห็น ภาพเห็นงานที่เรารีเฟอร์ถึงกันก็เลยจะคิด ว่าพักก่อนเดี๋ยวรอให้เค้ามีเวลาส่งภาพ ส่งอะไรมาแล้วเดี๋ยวผมค่อย เอ่อทำซีซั่นต่อไปนะครับจนกว่าจะพบกัน หน่อยขอบคุมากครับครับขอบคุณนะครับทุกๆ ท่านพี่สยครับขอบคุณครับขอบคุณขอบคุณครับ สวัดีครับสวัสดีครับพบกันใหม่คราวหน้า ครับสวัสดีครับสวัสดี

---
*Источник: https://ekstraktznaniy.ru/video/53071*